กรอก email ที่ต้องการส่งแล้วกด Send
If you can dream it, you can do it = ถ้าคุณฝันได้ คุณก็ทำได้
 
     
 
ดงบังอี่
ป่าดงบังอี่ เป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของภาคอีสานด้านทิศตะวันออก ลำน้ำสำคัญของดงบังอี่ ได้แก่ ลำน้ำยัง ลำน้ำก่ำ ลำน้ำอูน ห้วยบังมุก ห้วยบังทราย (บางทราย) ห้วยบังอี่ ลำเซบก ลำเซบาย
 

��������������� ถ้าใครเดินทางมาจังหวัดมุกดาหารโดยใช้เส้นทางสายถนนชยางกูรจากอุบลราชธานีไปเที่ยวตลาดอินโดจีนริมลำน้ำโขงก่อนถึงจังหวัดมุกดาหารสัก๒๐กิโลเมตรจะผ่านสายน้ำสายหนึ่งมีป้ายเขียนไว้ว่าห้วยบังอี่ถ้าอยู่ในช่วงฤดูแล้งลำน้ำสายนี้แห้งขอดจนถึงก้นห้วยแต่ในฤดูฝนลำห้วยบังอี่จะมีน้ำอยู่เต็มลำห้วยอันเป็นลักษณะทั่วไปของสายน้ำในภาคอีสานห้วยบังอี่ไหลลงแม่น้ำโขง��คนเฒ่าคนแก่ในแถบนี้ได้อธิบายข้อมูลความเป็นมาของป่าดงบังอี่ไว้ว่าป่าดงบังอี่ในอดีตเป็นป่าผืนใหญ่ผืนหนึ่งของภาคอีสานตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของภาคมีอาณาเขตกว้างขวางครอบคลุมหลายจังหวัดด้านทิศตะวันตกของป่าดงบังอี่ติดกับลำน้ำยังในเขตจังหวัดร้อยเอ็ดทิศเหนือป่าดงบังอี่มีอาณาเขตข้ามเทือกเขาภูพานไปยังเขตจังหวัดนครพนมทิศตะวันออกจรดแม่น้ำโขงทิศใต้มีอาณาเขตตั้งแต่อำเภอนิคมคำสร้อยจังหวัดมุกดาหารลากผ่านไปยังอำเภอเลิงนกทาจังหวัดยโสธรไปจรดลำน้ำยังของจังหวัดร้อยเอ็ด

��������������� สภาพป่าของป่าดงบังอี่มีป่าหลากหลายชนิดด้านทิศตะวันออกติดลำน้ำโขงบริเวณนี้มีปริมาณน้ำฝนมากกว่าในพื้นที่ด้านในสภาพป่าเป็นป่าดงป่าดงเป็นคำของคนอีสานเรียกชื่อป่าบริเวณนี้ ถ้าอธิบายเป็นภาษาวิชาการทางป่าไม้ป่าดงก็คือป่าดิบแล้ง(Dry Evergreen Forest)นั่นเองบริเวณที่เป็นภูเขาด้านทิศเหนือของดงบังอี่สภาพพื้นที่มีหินทรายโผล่ดินตื้นไม่ค่อยอุ้มน้ำจะเป็นป่าโคกที่ทางป่าไม้ใช้ชื่อว่าป่าเต็งรัง(Dry Diptercarp Forest)บริเวณที่ลาดภูเขาใกล้ลำห้วยมีชั้นดินหนาความชื้นสูงจะเป็นป่าเบญจพรรณ(MixedDeciduousForest) ที่สมบูรณ์กว่าป่าเต็งรังบริเวณที่ราบด้านทิศตะวันตกติดกับลำน้ำยังมีน้ำท่วมในช่วงฤดูน้ำหลากเป็นประจำทุกปีจะมีป่าอีกประเภทที่เรียกกันว่าป่าทาม(RiparianForest)กระจายอยู่สองฝั่งของลำน้ำยัง

��������������� กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้เล่าถึงป่าดงบังอี่ในคราวเสด็จเยี่ยมมณฑลอีสานเมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๙โดยท่านเดินทางจากจังหวัดมุกดาหารไปยังจังหวัดยโสธรไว้ว่า“พอถึงปากดงก็แลเห็นแต่ต้นยางสูงสูงใหญ่สะพรั่งไปทุกด้านริมต้นไม้ใหญ่ก็มีต้นไม้เล็กและกอหนามรกชัฏพอเข้าไปรู้สึกเยือกเย็นเห็นแสงสว่างที่ทางเดินเล็กน้อยเท่าเดือนหงายเห็นพระอาทิตย์เพียงเที่ยงสักครู่มีลำห้วยใหญ่กลางดงเรียกห้วยบังอี่เห็นจะเป็นชื่อของดงนี้พระยานครราชสีมา(ภาคสิงหเสนี)จางวางเมืองนครราชสีมาเคยบอกข้าพเจ้าว่าเป็นดงใหญ่กว่าดงอื่น ๆ ๓มณฑลนั้นและว่าเป็นดงที่มีช้างเถื่อนชุมพวกโพนช้างชอบเสาะช้างดงบังอี่ด้วยถือว่าเป็นช้างที่มีกำลังมากพอเห็นก็ตะหนักใจว่าเป็นดงทึบมากผิดกับดงไหน ๆ ที่ข้าพเจ้าเคยเห็นมามากแล้ว”

��������������� ความหมายของคำว่าดงบังอี่

��������������� ดงบังอี่เรียกกันตามภาษาพื้นบ้านว่าดงบักอี่ดงหมากอี่

��������������� บังอี่������� เกิดจากคำพื้นถิ่นอีสานสองคำมาประสมกัน

��������������� บัง���������� หมายถึงน้ำแหล่งน้ำลำน้ำลำห้วย

��������������� อี่������������ ถ้าเป็นต้นไม้หมายถึงต้นเร่วหรือหมากแหน่ง

������������������������������� ถ้าเป็นสัตว์หมายถึงแมลงในตระกูลแมงง่วงแมงโอดแมงโตดหรือจักจั่นใหญ่

��������������� เร่ว������ เป็นพืชตระกูลขิงข่าชอบขึ้นอยู่บริเวณริมห้วยในป่าดิบแล้งอดีตเป็นสินค้าส่งออกสำคัญใช้ทำเครื่องเทศและประกอบอาหารภาษาอีสานเรียกว่าหมากแหน่ง

��������������� อี������������ หมายถึงแมลงวงศ์จักจั่น Cicadidae��ชอบอยู่ตามต้นไม้มีหลายชนิดเช่นแมงง่วงแมงโตดแมงอี่จักจั่นแมงอี ��(Phatylomia radha)จะมีขนาดเล็กกว่าแมลงชนิดอื่นในวงศ์เดียวกันก้นสั้นปีกยาวกว่าลำตัวลำตัวสีน้ำตาลเข้มมีลายสีเหลืองสลับน้ำตาลปีกในสีส้มปีกนอกสีน้ำตาลวางไข่อยู่ในดินเสียงร้องจะดังอี อีๆๆๆๆๆทอดยาวไม่กังวานเท่าจั๊กจั่น

��������������� แมงอี่���� เป็นภาษาโซ่แมลงชนิดนี้ถูกใช้ในพิธีปลงศพของชาวพื้นเมืองที่เรียกว่าข่าโซ่นอกจากนี้ชาวโซ่ยังใช้เสียงแมงอี่ในการทำนายฟ้าฝนถ้าแมงอี่ในป่าส่งเสียงร้องต่อเนื่องยาวนานแสดงว่าปีนั้นจะมีฝนดีถ้าส่งเสียงสั้น ๆ ขาด ๆ หาย ๆ ฝนจะแล้ง

ดงบังอี่แหล่งต้นน้ำสำคัญ

��������������� ป่าดงบังอี่เป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของภาคอีสานด้านทิศตะวันออกลำน้ำสำคัญของดงบังอี่ได้แก่ลำน้ำยังลำน้ำก่ำลำน้ำอูนห้วยบังมุกห้วยบังทราย (บางทราย)ห้วยบังอี่ลำเซบกลำเซบายลำน้ำเหล่านี้เป็นลำน้ำสาขาของลำน้ำชีลำน้ำมูนลำน้ำสงคามและไหลลงสู่ลำน้ำโขงโดยตรงจนกล่าวว่าน้ำในลำน้ำสำคัญทุกสายในอีสานต้องมีน้ำจากดงบังอี่ไหลลง

ดงบังอี่ในปัจจุบัน

��������������� ด้วยกระแสการพัฒนาตั้งแต่มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1เมื่อปีพ.ศ. 2504�� ดงบังอี่ได้ถูกกระแสทุนนิยมเปลี่ยนแปลงจากพื้นที่ป่าทึบอันอุดมสมบูรณ์เป็นพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจเริ่มตั้งแต่ปอมันสำปะหลังอ้อยจนถึงปัจจุบันยางพาราและปาล์มน้ำมันพืชเหล่านี้ได้รุกคืบเข้ามาทดแทนป่าในพื้นที่ราบจนมองไม่เห็นเค้าของป่าดิบแล้งที่ราบต่ำอันอุดมสมบูรณ์ในอดีตปัจจุบันพื้นที่ป่าที่เหลืออยู่จะปรากฏอยู่ในบริเวณภูเขาในบริเวณอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผายลเท่านั้น



Last updated: 2014-03-29 10:14:35


@ ดงบังอี่
 


 
     
เชิญท่านเป็นบุคคลแรกที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความ ดงบังอี่
 
     
     
   
     
Untitled Document
 



LFG
www.lookforest.com|บทความ|โปรแกรมคาร์บอนต้นไม้|ฐานข้อมูลชีวภาพ|เครือข่ายฟาร์มป่าไม้|ติดต่อบรรณาธิการ
Powered by: LOOK FOREST GROUP
23/1 ซอยรัชดาภิเษก 64 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.
Clicks: 
8,249

Your IP-Address: 18.188.38.17/ Users: 
8,245