ความรู้ไม่ใช่อยู่เฉพาะในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยแต่อยู่ทั่วทุกแห่งที่ไป ทุกคนที่เราพบ ขึ้นอยู่ที่เราจะยอมรับ นำมาคิดและเก็บได้มากน้อยแค่ไหน
 
     
 
"ดุสิตา" กลางป่าปูน
ทั้งนี้ขอฝากข้อคิดว่าหากไม่จำเป็นแล้ว อย่าเข้ามาอยู่หรือทำงานในกรุงเทพฯเลย ชีวิตต่างจังหวัดมีความสุขมากกว่าเยอะเลยจริงๆ
 

•หญ้าต้นนี้"ดุสิตา*"กลางป่าปูน

ต้องอาดูรหมองหม่นทนกลืนกล้ำ

จากพนามาเหนื่อยล้นทนรับกรรม

ก้มหน้าทำสู้งานไปหวังได้...เงิน

•กับชีวิตกล้าแกร่งแต่แล้งสุข

มากมายทุกข์โถมมาพาขัดเขิน

เช้าจวบค่ำเครียดนักหนักเหลือเกิน

จำเผชิญดักดานนานหลายปี

•ทั้งไปกลับทำงานพาลขื่นขม

สุดระทมรถยนต์ติดป่นปี้

ยิ่งเปิดเทอมฝนตกนรกมี

บางครั้งที่ทนขับไปหลายชั่วโมง

•ต้องทำงานกันอยู่หมู่เพื่อนพ้อง

บ้างก็จ้องเอาเปรียบกันพาลสุดโต่ง

ส่วนบางคนเหลือขอคอยฉ้อโกง

หากเปิดโปงก่อปัญหาทะเลาะกัน

•กินแกงถุงถูกตังค์ข้างถนน

ทั้งปลอมปนพิษภัยต้องไม่หวั่น

ส่วนของใช้เสื้อผ้าแพงตะบัน

แทบทุกวันจ้องท่าขึ้นราคา

•ท่อคูคลองน้ำครำทั้งคล้ำหม่น

ยามมีฝนน้ำหนุนร่วมท่วมถ้วนหน้า

ร้อนอบอ้าวเหม็นควันคันหูตา

ชีวิตพาหงอยเหงาเหี่ยวเฉานัก

•คนเคร่งเครียดมากปัญหาหน้างอง้ำ

ใจก็ดำปานโคลนตมจมในปลัก

มากทั้งโจรปล้นฆ่าขโมยลัก

ไร้ความรักภักดีมีให้กัน

•หมดหน้าที่"ดุสิตา"จะหายสูญ

ลาป่าปูนที่เขาว่าแดนสวรรค์

ปลีกวิเวกสุขใจเคียงไพรวัน

ถิ่นที่ฝันมั่นหมายปลายชีวี

•ครูนิด วนศาสตร์ (ชมรมสีเสียดแก่น)

www.lookforest.com

หมายเหตุ ดุสิตา*คือหญ้าข้าวก่ำน้อยที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานนามให้ มักขึ้นอยู่เป็นทุ่งกว้างในป่าสนและป่าเต็งรัง มีดอกสีม่วงเข้มที่สวยงามมาก

แรงดลใจ:

เป็นคนเกิดที่บ้านยี่สารที่นับว่าเป็นเด็กบ้านนอกจริงๆ ซึ่งสมัยก่อนนั้นน่ากล่าวได้ว่าเป็นหมู่บ้านที่กันดารที่สุดในจังหวัดสมุทรสงคราม โดยอยู่ในป่าชายเลนที่ไม่มีทั้งไฟฟ้า ถนนรถยนต์และน้ำประปาใช้ ต้องใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าดที่มีควันจนรูจมูกดำ อาศัยเรือพาย ถ้าเข้าเมืองต้องนั่งเรือยนต์หางยาวโดยสาร ประมาณ 10 ก.ม.เพื่อไปต่อรถยนต์ประจำทาง อย่างไรก็ตามเรื่องเวลาเอาแน่นอนไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับการขึ้น-ลงของน้ำทะเล ส่วนน้ำกินน้ำใช้ต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก พอสิ้นฤดูฝนต้องซื้อน้ำที่ชาวบ้านไปบรรทุกเรือ(เรียกกันว่าล่มน้ำ)มาจากแม่น้ำเพชรบุรีมาขาย ซึ่งราคาแพงมาก ดังนั้นจึงต้องประหยัดน้ำใช้กันอย่างมากเหลือเกิน การอาบน้ำต้องอาบในคลองทีเป็นน้ำกร่อยเสียก่อน แล้วจึงค่อยใช้น้ำจืดล้างตัวอีกที แต่ในสมัยนั้นก็ไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร เพราะต้องปรับตัวไปโดยอัตโนมัติ กลับทั้งยังรู้สึกมีความสุขกับชีวิต โดยเฉพาะสังคมที่มีความผูกพัน เอื้อเฟื้อ มีมิตรไมตรีและน้ำใจที่ดีต่อกัน

เข้ามาเรียนในเมืองแม่กลองตอนอยู่ชั้น ป.7 จนจบ ม.ศ.3 โดยอาศัยอยู่กับญาติ แล้วมาเรียนต่อ ม.ศ.4-5 ที่กรุงเทพฯ โดยอาศัยอยู่กับพี่สาวที่เป็นนายทหารจึงได้บ้านพักของหลวงอยู่ เริ่มรู้สึกเบื่อกับสังคมเมืองหลวงหลังจากนั้นในปี พ.ศ.2520 เลือกเรียนต่อทางด้านวนศาสตร์ เพราะต้องการทำงานต่างจังหวัด ตอนเรียนได้พักหอพักที่ ม.เกษตรศาสตร์ ค่อยรู้สึกดีขึ้นเพราะเพื่อน พี่และน้องที่เรียนส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัด โดยเป็นคนบ้านนอกเหมือนกัน ภายหลังจบทำงานครั้งแรกที่สำนักงานป่าไม้เขตสระบุรี ได้สนุกกับชีวิตข้าราชการหนุ่มแถวสระบุรี ลพบุรีและชัยนาท ต่อมาย้ายไปอยู่ที่สำนักงานป่าไม้เขตบ้านโป่งเพราะเห็นว่าใกล้บ้าน แต่ชะตาชีวิตพลิกผันในปี พ.ศ.2529 เมื่อตัดสินใจย้ายมาทำงานที่ส่วนกลาง กรมป่าไม้ แล้วโอนไปที่ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ทำให้ชีวิตต้องมาค้างเติ่งอยู่ในกรุงเทพฯ ทั้งๆที่ไม่ชอบเลย

อย่างไรก็ตาม ความจำเป็นที่เลือกทำงานราชการมาตั้งแต่ต้น เพื่ออาศัยเงินเดือนและสวัสดิการต่างๆมาใช้เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว ทำให้ต้องอดทนทำไปให้ดีที่สุด แม้บางครั้งมีความรู้สึกว่าเหนื่อยหน่ายอย่างเหลือเกิน ก็ต้องทำใจให้สู้ต่อไป เพราะไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ อีกแล้ว ด้วยเหตุผลหลายประการ โดยเฉพาะวัยที่เริ่มร่วงโรย จนเหลืออีกเพียง 2 ปีกว่าๆเท่านั้น ทางราชการก็จะเชิญให้ออกไปพักผ่อนตามระเบียบ ซึ่งภาระรับผิดชอบทางครอบครัวก็น่าจะสิ้นสุดพอดี โดยลูกชาย(ที่มีคนเดียว)น่าจะจบปริญญาตรี ส่วนถ้าจะเรียนต่อก็คงหาทางออกกันไป ซึ่งไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร เพราะได้วางแผนไว้แล้ว ส่วนตัวเองคงได้ทำในสิ่งที่ชอบเพื่อตัวเองและป่าพงอย่างจริงจังมากขึ้นเสียที ทั้งนี้ขอฝากข้อคิดว่าหากไม่จำเป็นแล้ว อย่าเข้ามาอยู่หรือทำงานในกรุงเทพฯเลย ชีวิตต่างจังหวัดมีความสุขมากกว่าเยอะเลยจริงๆ


Last updated: 2017-04-18 08:55:59


@ "ดุสิตา" กลางป่าปูน
 


 
     
เชิญท่านเป็นบุคคลแรกที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความ "ดุสิตา" กลางป่าปูน
 
     
     
   
     
Untitled Document
 



LFG
www.lookforest.com|บทความ|โปรแกรมคาร์บอนต้นไม้|ฐานข้อมูลชีวภาพ|เครือข่ายฟาร์มป่าไม้|ติดต่อบรรณาธิการ
Powered by: LOOK FOREST GROUP
23/1 ซอยรัชดาภิเษก 64 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.
Clicks: 
1,054

Your IP-Address: 18.191.4.164/ Users: 
1,052