ไม่มีใครมาลิขิตชีวิตเราได้นอกจากตัวเราเอง
 
     
 
ม่วงสาวม่วงไม้ ม่วงใจม่วงคน
เพลงนี้หากว่าไปแล้วเป็นที่นิยมของคอลูกทุ่งและคนทั่วไปเป็นอย่างมาก เพราะมีนักร้องรุ่นหลังนำมาร้องกันหลายโอกาส กับทั้งบรรดาคนร้องเพลงประกวดมักนิยมนำเพลงนี้มาเสนอ
 

 

"...ตะแบกบานแล้วร่วง     สีม่วงที่พี่ชื่นชม

หรีดหริ่งระงม    พี่ปล่อยน้องให้ตรมคนเดียว..." *

•แว่วเพลงเหมือนข้าวคอยเคียวห่อเหี่ยวจิต

ไร้มิ่งมิตรพี่เอ๋ยเคยแลเหลียว

เว้าวอนน้องร้องให้ฟังอ้อนจังเชียว

ทุกคราวเทียวชมตะแบกแรกบานกัน

•หวนครั้งกาลหวานฉ่ำน้ำตาร่วง

ทุกเฉดม่วงหน่วงใจที่ใฝ่ฝัน

แม้ชื่อน้องพ้องสีพี่จำนรรจ์

ผูกสัมพันธ์ฉันเป็นเช่นเพื่อนใจ

•น้องเปรียบแค่โสนนาชายป่าเขา

ยังอ่อนเยาว์ไร้เดียงสาหนุ่มป่าไม้

เชื่อคารมหวานล้นคนกรุงไกล

หลงชิดใกล้อิงแอบแนบอุรา

•แม้ภาพลักษณ์ไกลห่างต่างกันนัก

พี่ชวนชักผลักดันสร้างสรรค์ป่า

ศักดิ์ศรีคนใช่ฐานะปริญญา

หากคุณค่าเลิศล้ำคือความดี

•ทุกสิ่งม่วงพี่มอบให้ซึ้งใจยิ่ง

จึงทุกสิ่งคืนตอบม่วงมอบพี่

คราวตะแบกม่วงแย้มแต้มพงพี

ร้อยมาลีมอบมาลัยอิ่มใจนัก

•ไม่เคยคิดชีวิตสาวต้องร้าวรวด

แสนเจ็บปวดเมื่อพบจริงสิ่งประจักษ์

แท้ใจพี่ทั้งดวงเปี่ยมม่วงรัก

อกไม่หักเพียงหนาวเหน็บเจ็บจนชา

•พี่พบหนุ่มลูกกำนันนักเรียนนอก

อกสี่ศอกกล้ามตุงสูงสง่า

หน้ากรุ้มกริ่มยิ้มหวานปานดารา

คือไม้ป่าที่คอยปล่อยม่วงตรม

•ตะแบกบานทิ้งม่วงปลิวร่วงหล่น

กลีบหมองหม่นเก็บมาลามาแซมผม

ม่วงสาวนาคว้าเคียวเปลี่ยวระทม

ฝ่าแดดลมเกี่ยวข้าวเคล้าน้ำตา

"...รวงข้าวคอยเคียว  น้องนี้คอยเหลียว  คอยนับวันรอพี่มา

 กลับเถิดหนา สาวบ้านนายังคอย"*

•ครูนิด วนศาสตร์(ชมรมสีเสียดแก่น)

www.lookforest.com



หมายเหตุ

*เนื้อร้องส่วนหนึ่งของบทเพลง "เหมือนข้าวคอยเคียว" ขับร้องครั้งแรกโดยเพลินพิศ พูลชนะ ในปี พ.ศ.2514 ประพันธ์โดยครูกานท์ การุณวงศ์

แรงดลใจ:

ชอบเพลงนี้มากเป็นพิเศษเพราะคำร้องและทำนอง "โดนใจ"เป็นอย่างมาก ไปสังสรรค์ที่ไหนเป็นต้องขอคนร้องให้ฟัง ถ้าไม่มีคนร้องก็ร้องมันเสียเอง(แม้เสียงอย่างกับกะละมังแตกก็ตาม)  หลายคนมักถามสาเหตุที่ชอบเพลงนี้ ก็ตอบไม่ได้ จะว่ามีความหลังคล้ายบทเพลงก็ไม่ใช่ เพราะบ้านเกิดที่ยี่สาร สมุทรสงครามมีแต่ป่าชายเลนและมะพร้าวแซมอยู่บ้าง ไม่เห็นมีต้นข้าวสักต้น เมื่อตอนเด็กแม้แต่เคียวยังไม่เคยเห็นของจริงด้วยซ้ำไป อาจเป็นเพราะชอบสีม่วงของตะแบกและดอกไม้ทุกชนิด(รวมทั้งทุกสิ่งทุกอย่างในโลกใบนี้ที่เป็นสีม่วง) กับทั้งสงสารสาวที่อกหักชอกช้ำระกำทรวงก็ได้ ยิ่งเมื่อชีวิตตัวเองมีประสบการณ์เช่นสาวบ้านนาในเพลง ทำให้ยิ่งหลงใหลกับเพลงนี้มากยิ่งขึ้น

สาบานได้ว่าเขียนกลอนบทนี้ขึ้น มิได้เจตนาต่อการเสียดสีหรือกระทบกระเทียบชาวป่าไม้ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นการเฉพาะ เพียงแต่ต้องการเอาเพลงที่ตัวเองชื่นชอบ มาสะท้อนความรู้สึกที่ตัวเองโปรดและหลงใหลสีม่วงเป็นพิเศษเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ถ้าหากว่าไปพ้องกับประสบการณ์ชีวิตของบางคนอย่างไม่ได้ตั้งใจ กับทั้งต้องขออภัยครูกานท์ การุณวงศ์ ที่มิได้ขออนุญาตเอาเนื้อเพลงส่วนหนึ่งมาใช้ประกอบกลอน เพราะคิดว่ามิได้ลบหลู่หรือสร้างความเสียหายให้ กับทั้งมุ่งหวังให้คนรู้จักความไพเราะของทำนองกับความงดงามทางภาษาของเพลงนี้มากขึ้นด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะหลายคนยังเข้าใจผิดว่าร้องครั้งแรกโดยราชินีเพลงผ่องศรี วรนุช อีกด้วย เพราะชนะพนันมาหลายครั้งแล้ว

               เพลงนี้หากว่าไปแล้วเป็นที่นิยมของคอลูกทุ่งและคนทั่วไปเป็นอย่างมาก เพราะมีนักร้องรุ่นหลังนำมาร้องกันหลายโอกาส กับทั้งบรรดาคนร้องเพลงประกวดมักนิยมนำเพลงนี้มาเสนอ ด้วยคนที่ไม่คุ้นหูหรือแม้แต่ฟังครั้งแรกก็มักสะดุดใจทันทีที่ได้ยิน  หากไม่เชื่อใครที่ไม่เคยฟังลองเปิดฟังและดูเนื้อเพลงประกอบไปด้วย ผลเป็นอย่างไรจะรู้เอง ทั้งนี้หากไม่เป็นไปตามที่ว่า ก็ขอแนะนำให้ไปอ่านบทกลอนพระราชนิพนธ์ของ รัชกาลที่ 6 ที่ว่า "ชนใดไม่มีดนตรีกาล .........." ก็แล้วกัน ยกเว้นแต่ท่านที่มีประสบการณ์หรือเหตุผลส่วนตัวพิเศษ ก็ไม่ว่ากัน เพราะไม่สามารถบังคับใจกันได้ หรือใครมีความคิดที่แตกต่างก็แลกเปลี่ยนกันได้ โลกใบนี้จะได้มีสีสันมากขึ้น มิใช่มีแต่สี(ม่วง)ที่ตัวเองชอบเท่านั้น



Last updated: 2016-06-18 09:25:45


@ ม่วงสาวม่วงไม้ ม่วงใจม่วงคน
 


 
     
เชิญท่านเป็นบุคคลแรกที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความ ม่วงสาวม่วงไม้ ม่วงใจม่วงคน
 
     
     
   
     
Untitled Document
 



LFG
www.lookforest.com|บทความ|โปรแกรมคาร์บอนต้นไม้|ฐานข้อมูลชีวภาพ|เครือข่ายฟาร์มป่าไม้|ติดต่อบรรณาธิการ
Powered by: LOOK FOREST GROUP
23/1 ซอยรัชดาภิเษก 64 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.
Clicks: 
679

Your IP-Address: 3.233.219.62/ Users: 
677