รักตนเอง รักครอบครัว รักองค์กร
 
     
 
มนต์เมืองเหนือ เมื่อป่าหมด
เสียดายก็แต่เพียงพื้นที่ป่าไม้ของภาคเหนือที่ลดน้อยถอยลง...เปลี่ยนแปลงไปทำกิจกรรมอื่นแทน.. โดยเฉพาะการปลูกพืชเกษตรเชิงเดี่ยว
 

 

"ป่าเหนือเมื่อหน้าดอกไม้บาน

ลมฝนบนฟ้าผ่าน   ฟ้ามองดังม่านน้ำตา

น้ำฝนหล่นจากฟากฟ้า  ขังแก่งเหมือนแอ่งน้ำตา

ไหลตกจากผา แว่วฟัง..."*

•ยินเสียงเพลง"มนต์เมืองเหนือ"เมื่อคราใด

พาจิตใจหวนคะนึงถึงความหลัง

เคยแอ่วป่าพาสาวไปใฝ่ภวังค์

สุขประดังสดชื่นรื่นอารมณ์

•มาบัดนี้หวนไปเยือนเตือนวันเก่า

หลายสิ่งเศร้าสุดฝืนช่างขื่นขม

ธรรมชาติมากลับกลายให้ระทม

ชาวเหนือตรมฟูมฟายแทบตายชัก

•พื้นที่ป่าทุกแห่งหนแม้ต้นน้ำ

แสนสุดช้ำถูกทำลายเสียหายหนัก

เขาหัวโล้นสุดลูกตาอนาถนัก

ปลูกพืชผักปุ๋ยยาใช้ไร่เลื่อนลอย

•ดอกไม้ป่าเคยแข่งกันบานสะพรั่ง

น่าเศร้าจังค่อยหมดพาลดถอย

จากนี้ไปไม่กี่ปีเกินที่คอย

เหลือยอดดอยหน้าผาให้อาลัย

•หวังชื่นชมน้ำตกโศกสลด

ไม่ทันแล้งแห้งเกือบหมดน้ำหยดไหล

ครั้นพอมาหน้าฝนท่วมท้นไป

ทั้งชอนไชไหลหลั่งเซาะพังดิน

•แลผืนฟ้าดูคล้ำดำสลัว

ไร้หมอกมัวมีควันไฟแผ่ไปสิ้น

เดือนดาวหลบหลีกหายในเมฆินทร์

น้ำตารินน้ำมูกไหลไฟป่าแรง

•อยากแอ่วสาวเว้าวอนอ้อนน้ำคำ

ก็สุดช้ำนวลอนงค์หลงสีแสง

หลงเต้นรำหลากลีลากล้าแสดง

เสื้อผ้าแต่งทั้งคับสั้นหนุ่มขวัญบิน

•ครู"ไพบูลย์ บุตรขัน" คงฝันร้าย

"มนต์เมืองเหนือ"เมื่อเสื่อมคลายแทบหายสิ้น

หมดป่าไม้วิกฤตซ้ำน้ำฟ้าดิน

เกือบทุกถิ่นทิ้งเสน่ห์พื้นเพเดิม

•ครูนิด วนศาสตร์ (ชมรมสีเสียดแก่น)

www.lookforest.com

 

หมายเหตุ

*ส่วนนำของบทเพลงมนต์เมืองเหนือ ประพันธ์โดยครูไพบูลย์ บุตรขัน เมื่อปี พ.ศ.2492 ขับร้องครั้งแรกโดย สมยศ ทัศนพันธ์

แรงดลใจ:

ชอบเพลงนี้มากทำให้จำและร้องได้(แม้ไม่ค่อยเพราะ) มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กอยู่ในป่าชายเลนที่บ้านยี่สารสมุทรสงคราม ทำให้ใฝ่ฝันที่อยากไปเยี่ยมเยือนป่าเมืองเหนือโดยเฉพาะเชียงใหม่อย่างมากเหลือเกิน เหมือนกับครูไพบูลย์ บุตรขัน บรมครูเพลงที่แต่งเพลงนี้ตามจินตนาการที่อยากไปเที่ยวเชียงใหม่ เพราะเป็นดินแดนที่คนในภาคอื่นหลงใหลตามคำบอกเล่ากันต่อๆมา ถึงเสน่ห์ในหลายๆด้านที่มีอยู่ โดยสมัยก่อนการเดินทางแม้จะเริ่มสะดวกสบายขึ้น แต่เงินทองหายากต้องรู้จักการใช้(ยังแบมือขอพ่อแม่อยู่) จำได้ว่าไปเชียงใหม่ครั้งแรกในปี พ.ศ.2523 ขณะยังเรียนที่คณะวนศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์  ยังจดจำเสน่ห์ของป่าและวิถีชีวิตของคนที่สัมผัสได้เป็นอย่างดี สมกับที่บทเพลงบรรยายไว้ทุกประการ

หลังเรียนจบในปี พ.ศ.2524 ได้มีโอกาสทำงานเป็นลูกจ้างกรมป่าไม้ ในการรวบรวมข้อมูลการวิจัยด้านไฟป่าในเชียงใหม่อยู่ 3-4 เดือน ต่อมามีโอกาสเยือนเชียงใหม่และเมืองเหนือเป็นระยะๆ ยิ่งภายหลังโอนมาทำงานอยู่ที่ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ได้ร่วมประชุม ทำงานวิจัยหรือสอนหนังสือทุกปี บางปีมีกิจกรรมหลายครั้งในเวลาหลายวันด้วยซ้ำไป  กับทั้งมักต้องออกพื้นที่อยู่เป็นประจำ ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงไปของป่าเหนือและความเป็นอยู่ของผู้คนในทางลบหลายด้าน ที่เป็นไปตามกระแสของสังคมด้านวัตถุนิยม ก็ได้แต่ปลงตามคำพระที่ว่า "กัมมุนา วัตตตี โลโก" หรือ "สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม" นั่นเอง

เสียดายก็แต่เพียงพื้นที่ป่าไม้ของภาคเหนือที่ลดน้อยถอยลงตามลำดับ จากการลงพื้นที่ล่าสุดเมื่อปลายเดือนเมษายน 2559 ที่ผ่านมาในโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ที่ดำเนินการตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯในท้องที่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก อำเภอแม่แจ่มและอมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน พบว่าพื้นที่ป่าไม้ที่เป็นป่าต้นน้ำลำธารถูกบุกรุกทำลายจนเสียหายย่อยยับลงเป็นจำนวนมาก เพื่อเปลี่ยนแปลงไปทำกิจกรรมอื่นแทน โดยเฉพาะการปลูกพืชเกษตรเชิงเดี่ยวที่มีการใช้ปุ๋ยและยาที่เป็นสารเคมีสังเคราะห์อย่างเสรีจำนวนมากที่ปราศจากการเอาใจใส่ของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่รับผิดชอบในพื้นที่ ไม่รู้ว่าเมื่อไรทีมพญาเสือหรือพยัคฆ์ไพรจะมีโอกาสลงไปตรวจสอบบ้าง หรือว่าต้องรอให้วัวหายจนหมดแล้วจึงค่อยลงไปล้อมคอกกัน

 


Last updated: 2016-05-05 23:35:50


@ มนต์เมืองเหนือ เมื่อป่าหมด
 


 
     
เชิญท่านเป็นบุคคลแรกที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความ มนต์เมืองเหนือ เมื่อป่าหมด
 
     
     
   
     
Untitled Document
 



LFG
www.lookforest.com|บทความ|โปรแกรมคาร์บอนต้นไม้|ฐานข้อมูลชีวภาพ|เครือข่ายฟาร์มป่าไม้|ติดต่อบรรณาธิการ
Powered by: LOOK FOREST GROUP
23/1 ซอยรัชดาภิเษก 64 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.
Clicks: 
696

Your IP-Address: 3.234.252.109/ Users: 
695