�
•ลมเย้าหยอกดอกกระถินหอมกลิ่นจาง
เคล้ากองฟางโชยมาจากนาข้าว
แดดอ่อนไล้น้ำเล่นเห็นแวววาว
เห็ดตับเต่าพราวอยู่คู่หญ้านาง
•หนุ่มลูกไพรชวนสาวชาวบ้านทุ่ง
เก็บผักบุ้งโสนนาเห็ดกระด้าง
ปลาตอดบัวดึงเล่นเห็นลางลาง
หลงดอกตูมอูมสล้างหว่างอกนวล
•สาวเจ้าอ้อนอยากได้ปลามาผัดเผ็ด
จึงตกเบ็ดเตรียมท่ามาถี่ถ้วน
ต้องหลอกล่อหลากท่าหลายกระบวน
ชะโดอ้วนติดเบ็ดมาพาสมใจ
•ลุ้นอยู่นานแขนขาพาอ่อนเปลี้ย
เลยซดเบียร์ยี่ห้อสัตว์จัดหาไว้
สาวป้อนถั่วคั่วมาดีกระไร
ซ้ำเบียดใกล้อิงแอบแนบสัมพันธ์
•เผลอถลำคลำอกสาวเจ้าอายเอียง
ได้คลอเคียงกายใจพาไหวหวั่น
อารมณ์หวานสะท้านใจไปด้วยกัน
สะดุดพลันเพราะปลาโผนโจนน้ำโครม
•เสียงขลุ่ยแว่วหวิวหวานผ่านตาลต้น
อ่อนพลิ้วปนยาวสั้นกระชั้นโหม
หางนกยูงแดงแสดท้าแดดโลม
ทุ่งรวงทองมองจู่โจมใจรัญจวน
•ฝนตกพรำประคองเจ้าเข้ากระท่อม
เนื้อแม่หอมน้ำปรุงฟุ้งกลิ่นหวน
ทั้งไอฝนปนดินกลิ่นอบอวล
ภมรครวญภู่ผึ้งตรึงหทัย
•เจ้าพะนอฉอเลาะออเซาะนัก
จึงเพลงรักรสหวานบรรเลงใหม่
แว่วมนต์รักลูกทุ่ง*จรุงใจ
เพียงหวั่นไหวให้วิตกจิ้งจกทัก
•เห็นชั้นในลายม่วงหน่วงใจคิด
มอบขวัญจิตคราวปีใหม่ให้ตระหนัก
ไยหนุ่มไพรผิดสัญญาลืมค่ารัก
อาวรณ์นักบากหน้าหาสาวกรุง
.ครูนิด วน.43 (ชมรมสีเสียดแก่น)
www.lookforest.com
หมายเหตุ *
เพลงมนต์รักลูกทุ่ง� ประพันธ์โดยบรมครูไพบูลย์
บุตรขัน เมื่อปีพ.ศ.2513 โดยมอบให้ไพรวัลย์ ลูกเพชร
ร้องอัดเสียงเป็นครั้งแรก
เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องมนต์รักลูกทุ่งที่โด่งดังและได้รับความนิยมสูงสุดในยุคนั้น
ซึ่งเนื้อหาของบทเพลงมีความไพเราะและน่าประทับใจยิ่ง
จึงได้นำบางส่วนมาประกอบการรังสรรค์ในกลอนบทนี้
แรงดลใจ:
เสน่ห์อย่างหนึ่งของการทำงานป่าไม้ก็คือการได้มีโอกาสใช้ชีวิตที่สัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง
ทั้งป่าเขาลำเนาไพร สัตว์ป่า น้ำตก บึงน้ำถ้ำ หินผา �ทุ่งหญ้า ไม้ดอก ไม้ใบ ทะเลหมอก ทะเลน้ำ�� ป่าพรุ ป่าชายเลน หาดทราย หญ้าทะเล ปะการังฯลฯ
รวมทั้งทิวทัศน์ต่างๆ ที่ยากหาอาชีพใดมาเทียบได้
พวกเราบางคนใช้ชีวิตจนรู้สึกเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียอีก
จึงต้องหาโอกาสเข้ามาสัมผัสแสงสีในเมืองบ้าง
เพื่อหาความแปลกใหม่หรือสร้างความหวือหวาและเติมสีสันให้แก่ชีวิตบ้างในบางครั้ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้พบปะกับเพื่อน พี่และน้องผองลูกไพรที่อยู่ต่างที่ต่างถิ่นกัน
นอกจากนี้แล้วชาวป่าไม้มักต้องทำงานที่ใกล้ชิดกับชนบทของบ้านเราควบคู่กันอยู่เสมอ
จึงมีโอกาสได้สัมผัสกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของสังคมชาวบ้านนอกอย่างใกล้ชิด
ถือได้ว่าเป็นกำไรชีวิตที่หาได้ยาก หากใครได้ใช้โอกาสนี้ศึกษาในด้านที่ตนเองชอบหรือถนัดด้วยแล้ว
นับว่ามีเวทีการเรียนรู้ของจริงที่กว้างใหญ่ไพศาล จนไม่มีทางศึกษาได้หมด
สามารถได้ปริญญาชีวิตหลายใบ อันนำมาเชื่อมโยงปรับใช้ในการทำงานป่าไม้ที่ต้องรับผิดชอบในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี
รวมทั้งการประยุกต์ใช้ในความเป็นอยู่ของชีวิตประจำวันได้ในหลายด้าน เพียงแต่ต้องมีการใช้วิจารณญาณที่ดีเท่านั้น
สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับหนุ่ม(และสาว)ชาวลูกไพร ก็คือ
อารมณ์ตามธรรมชาติที่ต้องการแสวงหาคู่และการสืบต่อเผ่าพันธุ์ของมนุษย์
โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในวัยวิกฤต พึงต้องมีการใคร่ครวญให้ดีว่า ชีวิตตนเองมีการวางเป้าหมายไว้อย่างไร
พร้อมต้องทำการควบคุมพฤติกรรมให้เหมาะสม
มิฉะนั้นชีวิตการครองเรือนอาจต้องมีการแปรผัน เหมือนชาวป่าไม้หลายคนที่ประสบมาแล้ว
ทั้งนี้มิได้หมายความว่าจะเป็นสิ่งไม่ดีเสมอไปของทุกคน
บางคนอาจทำให้ประสบผลสำเร็จมากขึ้นด้วยซ้ำไป
ขึ้นอยู่กับชะตากรรมของแต่ละคนที่จะปรารถนาและไขว่คว้าด้วยตนเองเท่านั้น�

Last updated: 2016-01-10 15:33:22