ฤาจะไร้ซึ่งจิตใจที่ชื่นมื่น
การมองโลกในแง่ดีทำให้คนเราแข็งแรงยิ่งขึ้น คนป่วยที่มีความเจ็บป่วยเหมือนกัน ผู้ที่หายเร็วจะเป็นคนที่มีอารมณ์ดี ส่วนคนเจ้าทุกข์มักจะหายช้า
โลกมนุษย์ไม่ไร้ซึ่งบรรยากาศที่เป็นศิริมงคลและความสงบสุข จิตใจของคนเราก็ควรจะมีความแช่มชื่นและมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ
เมื่อเรามองทุกสิ่งในแง่ลบและท้อแท้ โลกก็จะมืดมนเหมือนไม่มีแสงสว่างแห่งดวงอาทิตย์ เมื่อเรามองโลกในแง่ดี ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูจะเต็มไปด้วยความหวัง จิตใจเต็มไปด้วยความตื่นเต้นกระตือรือร้น กล่าวได้ว่า การมองโลกในแง่ดี ทำให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก เรื่องยุ่งยากกลายเป็นเรื่องง่าย เปลี่ยนความเสื่อมโทรมกลายเป็นพลังปาฏิหาริย์ ดังนั้น จิตใจของคนเราจึงควรจะมี "ความแช่มชื่น" อยู่เสมอ จึงสามารถเปิดใจกว้างรับได้ทุกสิ่งทุกอย่าง มีจิตใจที่มองโลกในแง่ดี จิตใจที่มี "ความแช่มชื่น" เป็นสิ่งที่ดีต่อตนเองและต่อผู้อื่นด้วย
ข้อแรก การมองโลกในแง่ดีทำให้คนเราแข็งแรงยิ่งขึ้น คนป่วยที่มีความเจ็บป่วยเหมือนกัน ผู้ที่หายเร็วจะเป็นคนที่มีอารมณ์ดี ส่วนคนเจ้าทุกข์มักจะหายช้า มีโรคแทรกซ้อนหลายโรคที่รักษายาก ใช้ยาไม่ได้ผล แต่ผู้ที่มีจิตใจแช่มชื่นสามารถสร้างปาฏิหาริย์ที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถทำได้
ข้อสอง จิตใจที่สดชื่นแจ่มใสทำให้อายุยืนยาว ผู้ที่มีอายุยืนถึงร้อยปีแทบทุกคนล้วนมีสิ่งที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือ เป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ และเป็นคนมองโลกในแง่ดี ผู้ที่มองโลกในแง่ดีในวัยหนุ่มสาวและวัยกลางคนก็จะเป็นผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงในวัยชรา จะเห็นได้ว่า การที่มองโลกในแง่ดีและมีอารมณ์ดีก็คือ ยาอายุวัฒนะที่ดีที่สุด

ข้อสาม ผู้ที่มองโลกในแง่ดีมักทำให้ผู้อื่นมีความสุข ได้รับการต้อนรับจากคนทั่วไป และมีเพื่อนฝูงมาก ส่วนผู้ที่มองโลกในแง่ร้ายมักจะอยู่อย่างโดดเดี่ยวเสมอ
ข้อสี่ ผู้ที่มองโลกในแงดีจะเอาชนะความยากลำบากได้ง่ายกว่า
"หากชีวิตหลอกลวงคุณ ก็อย่าเสียใจ อย่าท้อแท้ใจ ในวันแห่งความทุกข์นั้นพยายามทำจิตใจให้สงบ เชื่อเถิดว่า สักวันหนึ่งความสุขก็จะมาถึง"
อันคนเรานั้นจะไร้ซึ่งจิตใจที่ชื่นมื่นสักวันได้ฤา
 Last updated: 2011-06-28 21:06:07
|
@ ฤาจะไร้ซึ่งจิตใจที่ชื่นมื่น |
|
|
|
|
|
|
|
เชิญท่านเป็นบุคคลแรกที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความ ฤาจะไร้ซึ่งจิตใจที่ชื่นมื่น
|