อยากกลับอาบป่า
.คนป่าไม้หวนสู่อยู่ในเมือง
แสนขุ่นเคืองข้องใจกับหลายด้าน
ด้วยอึดอัดกายใจให้รำคาญ
พาร้าวรานร้อนรนอดทนยิ่ง
.นก-กระรอก-กระแต-แมว-หมาสัญจร
คนอาทรเมตตาให้ในหลายสิ่ง
อาหารเสียมูลมากมายขับถ่ายทิ้ง
กลิ่นเหม็นจริงตามถนนหนทางเดิน
.พวกตั้งวงตรงศาลาสาธารณะ
นัดพบปะก๊งเหล้าไปไร้ขัดเขิน
พอยามดึกคึกคะนองร้องเพลงเพลิน
เสียงดังเกินหนวกหูคนไม่สนใคร
.กองขยะระกะระเกะเละเทะยิ่ง
รถขนเสียละเหี่ยจริงวิ่งไม่ได้
คน-แมว-หมาคุ้ยกระจุยกระจายไป
ภาพบาดตาพาปวดใจไม่อยากแล
.ยามสายหน่อยอยู่ในบ้านพาลอุดอู้
ทำงานอยู่ใต้หมู่ไม้พอได้แก้
ครั้นตกบ่ายไร้ลมมาพาปรวนแปร
กายร้อนแท้ทุกข์ระทมเหงื่อโทรมตัว
.คราหิวโหยหาของใส่ในตู้เย็น
เหลือบแลเห็นอาหารอันยวนยั่ว
อุ่นมาลิ้มลิ้นรับไปใฝ่แซ่บนัว
รสมัวซัวทนฝืนกลืนลงคอ
.อยากลาลับกลับคืนผืนป่าไพร
เพลิดเพลินได้ในสิ่งดีที่มีหนอ
ห้าประสาทสัมผัสแจ่มชัดพอ
อาบป่าก่อสุขกายสบายใจ
.ครูนิด วนศาสตร์(ชมรมสีเสียดแก่น)
www.lookforest.com 19 ก.ค. 69
หมายเหตุ: ขอบพระคุณเจ้าของภาพประกอบ
แรงดลใจ: อาบป่า (FOREST BATHING หรือ FOREST THERAPY) เป็นกิจกรรมที่เน้นการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ จมูก หู ตา ผิวหนังและลิ้น ในการเชื่อมโยงกายและใจเพื่อเข้าใจและสื่อสารกับธรรมชาติในป่า ทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายจากความเคร่งเครียดในชีวิตประจำวัน อันส่งผลต่อความสุขทางกายและใจที่เกิดขึ้น ทั้งนี้มีประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึง คือ สถานที่ต้องเชื่อมโยงกับระบบนิเวศป่าไม้ สภาพแวดล้อมต้องจัดการให้มีความเหมาะสม การใช้ประสาทสัมผัสและประโยชน์ที่ได้รับจากการอาบป่า ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจง่ายต่อการสื่อสารจึงได้ข้อสรุปว่า อาบป่า หมายถึง การเข้าไปในพื้นที่ป่าไม้แล้วใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 เชื่อมโยงกายและใจกับองค์ประกอบของระบบนิเวศธรรมชาติโดยรอบที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดการผ่อนคลายหรือมีความสุข
โดยเหตุที่ตัวเองเกิดในถิ่นกลางป่าชายเลนที่บ้านยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ซึ่งมีความเป็นธรรมชาติที่เป็นทุนของหมู่บ้านอยู่แล้ว กับทั้งมีหลายกิจกรรมที่ต้องพายเรือหรือเดินเข้าไปในป่าชายเลนเพื่อช่วยครอบครัวทำงาน หรือบ่อยครั้งก็เข้าไปเล่นสนุกซุกซนกับเพื่อนๆเด็กวัยเดียวกัน ที่ยอมรับว่าเกิดความสุขกายสบายใจอย่างไม่รู้ตัว ยิ่งต่อมาได้มีโอกาสเรียนและทำงานการป่าไม้ที่ต้องเข้าไปสัมผัสและคลุกคลีกับระบบนิเวศของป่าไม้ประเภทต่างๆแทบทุกพื้นที่ในประเทศไทย รวมทั้งบางโอกาสในต่างประเทศอีกด้วย ทำให้มีประสบการณ์ต่างๆเกี่ยวกับความสุขที่ได้รับจากป่ามากขึ้น ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีการกล่าวถึงเรื่องการ อาบป่าแต่ประการใด จนต่อมาราวปี พ.ศ.2560 จึงได้ทราบเพิ่มเติมว่ามีการให้ความสำคัญเรื่องนี้เป็นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นที่มีการดำเนินการอย่างจริงจังโดยบัญญัติคำ อาบป่า ว่า ชินริน-โยกุ (Shinrin-yoku) ตั้งแต่ราวปี พ.ศ.2525 จึงได้เข้าใจสิ่งที่สัมผัสมา และต้องขอบคุณทุกคนที่ให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้ที่ช่วยสนับสนุนว่าป่าไม้เอื้ออำนวยคุณค่าทางอ้อมให้แก่มนุษย์อย่างเป็นรูปธรรม
ด้วยจำเป็นต้องย้ายตัวเองจากการเป็นป่าไม้มาทำงานสอนหนังสือในเมืองในปี พ.ศ.2533 ทำให้ชีวิตพลอยห่างเหินการเข้าสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติของป่าไม้ไปบ้าง แต่ก็ยังคงแวะเวียนไปหลายครั้งเพื่อทำงานวิจัย กิจกรรมการเรียนการสอนและการบริการวิชาการแก่สังคม รวมทั้งการท่องเที่ยวและพักผ่อนตามโอกาสอันควร จึงยังคงสัมผัสกับการ อาบป่าอยู่ป็นระยะๆ แต่ภายหลังจากปี พ.ศ.2566 ที่สิ้นสุดภาระงานประจำ จึงใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในบ้านพักที่กรุงเทพฯ ยอมรับว่าค่อนข้างอึดอัดกับสภาพแวดล้อมหลายด้านที่เป็นอยู่ ที่ตรงกันข้ามกับการ อาบป่าอย่างเหลือเกิน เคยคิดอยากย้ายไปตั้งหลักแหล่งใหม่ในต่างจังหวัดเพื่อแสวงหาความสุขจากระบบนิเวศธรรมชาติของป่าไม้เช่นในอดีต เพียงแต่มีข้อจำกัดในหลายด้าน เลยคงต้องฝืน อาบป่าทิพย์ ต่อไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Last updated: 2026-07-20 21:00:48