อย่าพูดว่าทำไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้ทำ
 
     
 
ห่วงหาป่าอนุรักษ์
ให้รู้สึก..."ห่วงหาป่าอนุรักษ์"... จำนวน 5.9 ล้านไร่อย่างเหลือเกิน ที่อาจเละตุ้มเป๊ะเหมือนการแก้ไขที่ดินป่าไม้ที่ผ่านมาในอดีต
 

.อนิจจา! อ่านมติ ครม.

เดือน พ.ย. ยี่สิบหกปีหกหนึ่ง

เหล่ามวลชนคนรักษ์ป่าพากันอึ้ง

เป็นห่วงถึงที่ป่าไม้วอดวายไป

 

.อีกครั้งแล้วที่สั่งมารัฐบาล

มาตรการแก้ปัญหาที่ป่าไม้

คราวนี้ป่าอนุรักษ์ชักหวั่นใจ

ตั้งห้าล้านเก้าแสนไร่รวมไว้ด้วย

 

.ที่ผ่านมาที่ป่าไม้ตั้งหลายหน

อ้างคนจนอยู่กินดีมีโลกสวย

จัดสรรให้หนุนเกื้อเอื้ออำนวย

ระดมช่วยกันไปหลายช่องทาง

 

.ครั้งแรกมีนิคมสหกรณ์

ด้วยอาทรเอื้อที่ป่าพาถากถาง

จัดหมู่บ้านป่าไม้ให้เดินสายกลาง

ทำหลายอย่างหวังคนจนเกิดผลดี

 

.กิเลสคนมากมายไม่เคยพอ

เรียกร้องขอ สทก.หลายถิ่นที่

นักการเมืองครั้นได้ท่าหาเสียงมี

สั่งทันทีให้ทำต่อ สปก.

 

.เหล่าคนจนได้สิทธิในที่ป่า

แล้วจ้องท่าหลายรายขายที่ต่อ

ครั้นราคามากดีไม่รีรอ

พวกเหลือขอเหล่าพ่อค้าหาซื้อไป

 

.เจ้าหน้าที่ก็เพิกเฉยละเลยทั่ว

ไร้เกรงกลัวเมินตามกฎกำหนดไว้

มาตรการที่สั่งมาช่างปะไร

ไม่เห็นใครคอยสำรวจตรวจสอบมัน

 

.จึงหลายคนสร้างระยำป่าช้ำนัก

ป่าอนุรักษ์จัดสรรไปชวนไหวหวั่น

คนสิ้นคิดบิดเบือนหาประโยชน์กัน

รอคอยวันบาปตามหาพวกห่ากิน

.ครูนิด วนศาสตร์(ชมรมสีเสียดแก่น)

www.lookforest.com

 

แรงดลใจ: ในการประชุม ครม.เมื่อ 26 พฤศจิกายน 2561 ได้มีมติเห็นชอบในการแต่งตั้งท่านอรรถพล เจริญชันษา ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมป่าไม้จนเป็นที่ฮือฮาแล้ว ยังมีเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับวงการป่าไม้อีกเรื่องหนึ่งที่น่าต้องติดตามเป็นอย่างยิ่ง ก็คือ การจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่ประชาชนในพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งสามารถสรุปได้จากข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆดังนี้

"ในการแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินและการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ ภายใต้การทำงานของ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. มีบทสรุปโดยกำหนดพื้นที่จัดสรร 884 แห่ง จาก 70 จังหวัด เนื้อที่รวม 1.3 ล้านไร่ ที่ออกหนังสืออนุญาตใช้ประโยชน์ไปแล้ว 140 แห่ง รวมเนื้อที่ 400,000 กว่าไร่ มีชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์จำนวน 52,362 คน แบ่งได้ 66,733 แปลง เพื่อพัฒนาเป็นที่ทำกินในรูปแบบของสหกรณ์

โดยคทช. ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายออกเป็น กลุ่ม คือ กลุ่มที่ ชุมชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 3,4,5 ก่อนมติ ครม. 30 มิ.ย. 2541, กลุ่มที่ ชุมชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 3,4,5 หลังมติ ครม. 30 มิ.ย. 2541 แต่ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง คสช. ที่ 66/2557, กลุ่มที่ ชุมชนในเขตป่าสงวนฯ อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ และ ก่อนและหลังมติ ครม. 30 มิ.ย. 2541, กลุ่มที่ ชุมชนอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ ก่อนและหลัง มติ ครม. 30 มิ.ย. 2541, กลุ่มที่ ชุมชนในพื้นที่ป่าชายเลน คือ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่เมืองและสิ่งปลูกสร้าง

ทั้งนี้จากการสำรวจภาพถ่ายทางดาวเทียมในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ปี 2557 พบราษฎรครอบครองที่ดินก่อนมติ ครม. 30 มิ.ย. 2541 จำนวน 3.6 ล้านไร่ และครอบครองหลังมติ ครม. อีก 2.3 ล้านไร่ รวม 5.9 ล้านไร่ ซึ่งได้จะแก้กฎหมาย พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 เพื่ออนุญาตให้อยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ แต่ต้องอยู่ในเกณฑ์พิจารณาว่าเป็นชุมชนอาศัยเดิม ไม่มีการจัดที่ดินให้แก่บุคคลนอกพื้นที่ กำหนดขอบเขตที่ทำกินและยอมรับร่วมกันในชุมชน ซึ่งเป็นสิทธิทำกินแบบไม่มีเอกสารสิทธิ"

นับว่าเป็นครั้งแรกที่มีการจัดสรรที่ดินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งจะได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และมาตรการต่างๆที่เหมาะออกมา เพื่อมุ่งหวังแก้ปัญหาความขัดแย้งของการใชัที่ดินป่าไม้ ซึ่งตามหลักการแล้วน่าจะดี แต่ในทางปฏิบัติแล้วเป็นห่วงแต่ว่า จะเละตุ้มเป๊ะเหมือนการแก้ปัญหาที่ดินป่าไม้เช่นในอดีตหรือไม่เท่านั้น โดยเฉพาะพวกที่มีเบื้องหลังในการหวังประโยชน์จาก มติ ครม.ครั้งนี้


Last updated: 2026-01-15 18:14:01


@ ห่วงหาป่าอนุรักษ์
 


 
     
เชิญท่านเป็นบุคคลแรกที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความ ห่วงหาป่าอนุรักษ์
 
     
     
   
     
Untitled Document
 



LFG
www.lookforest.com|บทความ|โปรแกรมคาร์บอนต้นไม้|ฐานข้อมูลชีวภาพ|เครือข่ายฟาร์มป่าไม้|ติดต่อบรรณาธิการ
Powered by: LOOK FOREST GROUP
23/1 ซอยรัชดาภิเษก 64 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.
Clicks: 
34

Your IP-Address: 216.73.216.157/ Users: 
31