ขณะที่กำลังพัฒนาผู้อื่น จงถามตนเองว่าเราพัฒนาไปได้แค่ไหนแล้วด้วย
 
     
 
ทวงคืนผืนป่าด้วยกระดาษเพียง 2 แผ่น
สวนวนารมย์ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ มีสภาพภูมิทัศน์เหมาะที่จะปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะสำหรับประชาชน
 

ตื่นเช้าวันนี้ตะวันทอแสงแล้ว มองลอดออกไปทางหน้าต่างบานกระจก เห็นลำแสงของดวงทินกรลอดช่องของใบไม้ซึ่งหนาแน่นปกคลุมแทบจะทำให้อาทิตย์อับแสงได้ลำที่พวยพุ่งลงสู่ดินดูไม่แดงจ้ากลับนวลตา เถาว์เครือมะเมื่อยขนาดข้อมือเลื้อยจากดินขึ้นสู่กิ่งก้านของต้นยางนา บัดนี้มีเจ้ากระรอกหางเป็นพวงวิ่งไล่กันพลอยทำให้ผู้ได้ยลมีจิตใจที่ปลอดโปร่ง แจ่มใส ข้าพเจ้าพักอยู่ในสวนรุกขชาติวนารมย์บ้านพักเป็นอาคารชั้นเดียว2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำเป็นบ้านเรือนรับรองที่หัวหน้าคนแรกของสถานที่แห่งนี้ได้สร้างไว้สมัยก่อนเรียกชื่อว่าอุบลวนารมย์ มีเนื้อที่ 122 ไร่��� 2 งาน 34 ตารางวาปัจจุบันนี้เหลือเพียง 50 ไร่ 3 งาน 12.5ตารางวาสภาพเป็นป่าดิบแล้งมีไม้หลากหลายชนิดเช่น ตะเคียน กระบาก ติ้วขาว ไทร ไม้แดง ยางนา ไม้พื้นล่างมีพวกพริกนายพราน พุดป่า เข็มขาว ข่อยป่า รวมแล้วเกือบ 200ชนิด สำหรับพรรณไม้หลักคือ ไม้ยางนา พญาไม้แห่งเอเชียอาคเนย์เพราะจากการสำรวจวัดต้นที่โตที่สุดโดยวัดที่ความสูง 1.30 เมตร วัดรอบต้นไม้ 585 เซนติเมตรนอกนั้นลดหลั่นกันลงไปมีทุกชั้นอายุรวมอยู่ในสวนอุบลวนารมย์นี้ไม้ยางมีถึง 140 ต้น ต้นกระบากที่มีความโตไล่เลี่ยกันที่โตมากที่สุดวัดรอบต้นได้470 เซนติเมตร เป็นป่ากลางเมืองที่มีความหนาแน่นของพันธุ์ไม้มาก กรมป่าไม้จึงได้เสนอเรื่องขอใช้พื้นที่สวนสาธารณะอุบลวนารมย์เพื่อจัดตั้งศูนย์เพาะชำกล้าไม้และปรับปรุงเป็นสวนรุกขชาติทางจังหวัดจึงได้อนุญาตให้กรมป่าไม้จัดตั้งศูนย์ได้ตามคำสั่งจังหวัดอุบลราชธานี ที่ 2678/2521เรื่อง อนุญาตให้หน่วยราชการใช้ที่ดินสาธารณะประโยชน์ “สวนสาธารณะอุบลวนารมย์” กรมป่าไม้จึงได้เข้ามาจัดตั้งศูนย์เพาะชำกล้าไม้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และปัจจุบันจึงมี 2 หน่วยงานตั้งอยู่ในสถานที่นี้คือ สวนรุกขชาติอุบลวนารมย์ และสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดอุบลราชธานีสวนรุกขชาติสังกัดกรมสถานีเพาะชำกล้าไม้สังกัดสำนักงานป่าไม้เขตเรื่องราวเหล่านี้น้อยคนที่จะทราบ เพราะเคยสอบถามหัวหน้าหลายคนแล้วดีที่ข้าพเจ้าชอบค้นแฟ้มเรื่องเดิมจึงได้รู้ความเป็นมา สวนอุบลวนารมย์นี้ป่าไม้เขตเคยนำเสนอกรมป่าไม้เพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ สมัยที่มีเนื้อที่ 134 ไร่ แต่กรมป่าไม้พิจารณาแล้วไม่เข้าเกณฑ์ จึงกระทำไม่ได้ สำหรับข้าพเจ้าแล้วเห็นว่าสถานที่นี้มีค่ามหาศาลทั้งทางตรงและทางอ้อมทุกวันนี้ก็เปิดให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนอยู่แล้ว แต่ไม่เต็มรูปแบบของที่สาธารณะเพราะมีเวลา�� เปิด-ปิด...

ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน จะมัวแต่มาดื่มด่ำกับธรรมชาติยามเช้าไม่ได้ นกกายังออกหากินขับรถมาถึงเขตจัดการอาหารเข้าที่ร้านหลังเขตเสร็จเดินเข้าไปในฝ่ายเพาะชำกล้าไม้ ซึ่งคับแคบปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ธุรการ คือ คุณกมลสุทธิศรี นั่งร่างหนังสืออยู่ จึงเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานตรวจดูแฟ้มบนโต๊ะเห็นว่างเปล่าจึงนั่งลงสักครู่พนักงานพิมพ์ดีดนำน้ำชามาตั้งไว้ให้ตรงหน้ายังไม่ทันได้ดื่มมีบุรุษร่างท้วมเปิดประตูเดินส่ายพุงเข้ามาแล้วขอเก้าอี้รีบนั่งลงตรงหน้า ยังไม่ทันได้ทักทายตามมารยาท อาคันตุกะผู้มาเยือนโพล้งออกมา...

“พี่ทศเห็นหนังสือกรมแล้วหรือยัง เราจะทำอย่างไรดี”

เสียงที่หลุดออกจากปากของหัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้อุบลราชธานี คือ คุณสมโภชน์ ไพศาลวัฒนา ข้าพเจ้าจึงเตือนว่าใจเย็นนั่งลงและบอกว่าข้าพเจ้ายังไม่ได้อ่านหนังสือกรมป่าไม้ที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด กมลฯ ซึ่งนั่งร่างหนังสืออยู่รีบเอาหนังสือฉบับที่กล่าวถึงมาให้ รับมาแล้วเริ่มอ่านจนจบสรุปหลักใหญ่ได้ว่า เทศบาลนครอุบลราชธานี ขอรับมอบสวนวนารมย์เพื่อปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะโดยอ้างเหตุผลว่าเทศบาลนครเป็นเทศบาลชั้นหนึ่งมีพื้นที่ดูแลมากแต่มีพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจน้อยเพียง 1.81 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานอยู่มาก จึงจำเป็นต้องหาพื้นที่สีเขียวเพื่อการออกกำลังกาย ประกอบกิจการนันทนาการพักผ่อนหย่อนใจในเขตเมืองเพิ่มเติมเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของบ้านเมืองในอนาคต เทศบาลได้พิจารณาเห็นสวนวนารมย์ของกรมป่าไม้มีความเหมาะสมที่จะปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่มีความประสงค์ ขอเข้าไปดำเนินการปรับปรุงพื้นที่และให้อยู่ในความดูแลของเทศบาลนครอุบลราชธานี จึงให้กรมพิจารณา พอข้าพเจ้าอ่านจบจึงเงยหน้าขึ้นมองหน้าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า แล้วถามไปว่า...

“แล้วคุณมีความเห็นยังไง เขาอ้างเหตุผลมาเสียมากมาย”

หัวหน้าสถานีโพล้งขึ้นมาอย่างหัวเสีย...

“กรมจะมอบให้ได้อย่างไร เราดูแลของเรามาตั้งนาน”

ข้าพเจ้าจึงพูดสอดขึ้นว่า...

“กรมป่าไม้ เขายังไม่ตัดสินใจที่เขามีหนังสือมาหาเราเพื่อขอทราบความเห็นตอนนี้มันอยู่ที่คุณจะมีเหตุผลอะไรหักล้างที่จะไม่มอบสวนวนารมย์ให้หรือเปล่า”

คนที่กำลังหัวเสียตรงหน้าเริ่มมีสติ แล้วครางเบาๆ...

“ก็นั่นซิ”

ข้าพเจ้าจึงหันไปถามกมลว่ากำลังทำอะไรได้รับคำตอบว่ากำลังสำเนาหนังสือกรมฉบับนี้ส่งให้สถานีเพาะชำกล้าไม้อุบลราชธานีอย่างเป็นทางการ ข้าพเจ้าจึงสอบถามกมลไปว่าแล้วหัวหน้าสวนรุกขชาติที่สังกัดกรม เขาว่าอย่างไรได้รับคำตอบว่าแล้วแต่เขตว่าอย่างไรว่าตามกัน ขณะที่กลมฯ ร่างหนังสือเสร็จให้พนักงานพิมพ์ดีดพิมพ์ ประตูก็เปิดออกคราวนี้หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้สุรินทร์ ซึ่งมีครอบครัวอาศัยอยู่บ้านข้าราชการในสวนวนารมย์โผล่เข้ามาโวยวาย�� เสียงดัง...

“ให้ไม่ได้นะหัวหน้า”

สมโภชน์ จึงดึงร่างนั้นให้นั่งลง แล้วบอกให้สงบกำลังปรึกษากันอยู่ หัวหน้าสถานีที่เพิ่งเข้ามา พูดออกมาว่า

“ผมว่าทางเทศบาลมีงบมากคงหาที่ลงไม่ได้จึงอยากพัฒนาสวนของเราพี่โภชน์เชื่อผมเถอะ”

สมโภชน์ ซึ่งอาวุโสกว่ามากเตือนเจ้าสลิ่มว่า คุณจะไปกล่าวร้ายเขาไม่ได้ต้องคิดว่าทุกคนหวังดีต่อส่วนรวมข้าพเจ้าได้ยินแต่ได้นึกว่าอาจมีส่วนจริงอย่างที่เจ้าสลิ่มพูด เพราะข่าวที่ลงแทบทุกวันมีแต่เรื่ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใครได้เลือกตั้งเข้ามาเป็นนายกเทศมนตรี ส่วนใหญ่มักจะชอบ สร้าง ซื้อ รื้อ ถอน ขุด เพราะทุกกิจกรรมเป็นการได้มีโอกาสใช้เงินหากผู้บริหารไม่สุจริตพอก็จะมีการถอนทุนเพราะการเลือกตั้งแต่ละครั้งมีการใช้เงินสูง เรื่องลักษณะเช่นนี้เป็นที่รู้กันทั่วทุกคนมิใช่เป็นการกล่าวร้ายฉะนั้น การที่เราจะยื้อหยุดฉุดกระชากสวนรุกขชาติอุบลวนารมย์ให้อยู่ในความควบคุมของกรมป่าไม้นั้นเป็นการยากพอสมควรเพราะที่ดินสาธารณะนี้จังหวัดอุบลราชธานีเป็นผู้ดูแล เราเป็นเพียงผู้ขอใช้ และกรมก็ยังส่งเรื่องให้เราเป็นผู้ตัดสินอีกด้วย ในตอนแรกว่าจะขึ้นไปหารือกับป่าไม้เขต แต่คิดได้ว่าเมื่อตอนเปิดซองครั้งแรกท่านไม่ได้สั่งการอะไรคงให้ฝ่ายพิจารณาสมโภชน์ซึ่งนั่งอึดอัดมานานถามขึ้นว่า...

“เราจะเอายังไงดีพี่”

ข้าพเจ้าจึงตอบไปว่า...

“หากเราจะปฏิเสธไปต้องมีเหตุผลมากพอสมควรในการหักล้างแนวคิดของเทศบาลนคร เหตุผลที่ว่านี้มันก็ยากอยู่เหมือนกัน กมล ลองร่างมาให้ผมดูสักแผ่นก่อนซิ”

กมล ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการมีฝีไม้ลายมือในการร่างหนังสือหาตัวจับยาก ร้องออกมา...

“คงไม่ไหวมั่งหัวหน้า”

สมโภชน์ ซึ่งเป็นต้นเรื่องเชียร์ แต่ไม่เป็นผล กมล บอกว่างานนี้คนที่เหมาะที่สุดคือข้าพเจ้า สำหรับหัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้แล้วมี กิติชัยเจริญขวัญ เท่านั้นที่พอจะร่างหนังสือโต้ตอบกับหน่วยราชการอื่นได้แต่ก็ยังไม่ทัดเทียม กมลฯ เห็นทุกคนนั่งเงียบข้าพเจ้าจึงบอกว่าเอาเป็นว่าผมจะจัดการเองพวกคุณไม่ต้องกังวลกลับไปทำงานให้เรียบร้อยก็แล้วกัน พอทุกคนออกนอกห้องไปความสงบเข้ามาเยือน ข้าพเจ้าวางแนวทางไว้ในใจว่า จะร่างหนังสือปฏิเสธจากสถานีเพาะชำกล้าไม้อุบลราชธานีคือ ร่างในนามสมโภชน์ ส่งมาที่ป่าไม้เขต หากเขตถ้าเห็นชอบก็ส่งกรมฯ ให้กรมทราบและพิจารณาและสำเนาหนังสือส่งกรมให้นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานีทราบและพิจารณาอีกทาง วางแผนเสร็จก็หยิบกระดาษขึ้นมาหนึ่งแผ่นเป็นกระดาษบันทึกข้อความมานั่งร่างอยู่ ประมาณ 1 ชั่วโมงจัดการตรวจแก้ร่างที่เห็นว่าน่าจะสมบูรณ์แล้วจึงสั่งพิมพ์ แล้วข้าพเจ้าก็ออกไปยืนหน้าห้องสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าสมองบ้าง รู้สึกว่ามันออกจะเครียดเดินไปที่ร้านอาหารหลังเขตยังไม่ปิด ขอน้ำอัดลมพร้อมน้ำแข็งมา 1 ถ้วย จัดการแล้วรู้สึกชื่นใจขึ้นมาบ้าง เอาน้ำตาลมาเลี้ยงสมองบ้าง ใช้มันหนักเหลือเกิน แล้วเดินกลับห้องพอดีพนักงานพิมพ์หนังสือเสร็จแล้ววางไว้ที่โต๊ะ นั่งลงในท่าสบายหยิบมันขึ้นมาอ่านเป็นหนังสือภายในบันทึกข้อความที่ใต้ครุฑ ต่อจากคำว่าส่วนราชการ เป็น สถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดอุบลราชธานี บรรทัดถัดมา ที่ กษ 0717 (สน.อบ.)/ ต่อไปวันที่-ตุลาคม 2545 บรรทัดถัดลงมา เรื่อง ขอรับมอบสวนวนารมย์ เพื่อปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะ ถัดลงมาอีก เรียน ป่าไม้เขตอุบลราชธานี ย่อหน้าบรรทัดถัดลงมาว่า...

ตามหนังสือกรมป่าไม้ ที่ กษ 0710.3/24507 ลงวันที่ 23 กันยายน 2545ส่งสำเนาหนังสือสำนักงานเทศบาลนครอุบลราชธานี ที่ อบ 52008/3860ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2545เรื่องขอรับมอบสวนวนารมย์เพื่อปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะโดยเทศบาลนครอุบลราชธานีได้แจ้งให้ทราบว่า เทศบาลนครเมืองอุบลราชธานี เป็นเทศบาลชั้นหนึ่งมีเขตพื้นที่รับผิดชอบ 29.04 ตารางกิโลเมตรมีประชาชนหนาแน่นเป็นจำนวน 104,934 คน มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง และมีการพัฒนาด้านต่างๆ เป็นจำนวนมากเป็นผลให้เกิดปัญหาด้านสังคม ปัญหายาเสพติด อาชญากรรม ปัญหาชุมชนแออัด ปัญหาบุกรุกที่สาธารณะ และปัญหาพื้นที่สีเขียวเพื่อการออกกำลังกาย และการพักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองไม่เพียงพอ ปัจจุบันมีพื้นที่เพื่อการพักผ่อนประมาณ 0.53 ตารางกิโลเมตร เพียง 1.81 เปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าเกณฑ์อยู่มาก จึงจำเป็นต้องหาพื้นที่สีเขียวเพื่อการออกกำลังกาย ประกอบกิจกรรมนันทนาการ พักผ่อนหย่อนใจในเขตเมืองเพิ่มเติม เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของเมืองในอนาคตเทศบาลนครอุบลราชธานีได้พิจารณาเห็นว่า สวนวนารมย์ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ มีสภาพภูมิทัศน์เหมาะที่จะปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะ สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาล ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและอบายมุขอย่างอื่นซึ่งมีความประสงค์ขอเข้าไปดำเนินการปรับปรุงพื้นที่สวนวนารมย์สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย โดยเทศบาลนครอุบลราชธานีจะขอรับมอบพื้นที่สวนวนารมย์ให้อยู่ในความดูแลของเทศบาลนครอุบลราชธานี ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้นต่อไป ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น

สถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดอุบลราชธานี ขอเรียนว่า สวนรุกขชาติอุบลวนารมย์ได้มีคำสั่งจังหวัด ที่2678/2521ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2521 อนุญาตให้กรมป่าไม้โดยกองบำรุงใช้ประโยชน์เป็นสวนรุกขชาติอุบลวนารมย์ ให้จัดตั้งศูนย์เพาะชำกล้าไม้และปรับปรุงเป็นสวนรุกขชาติ ในเนื้อที่ 50 ไร่ 3 งาน 12.5 ตารางวาซึ่งเป็นเจตนารมณ์ที่ต้องการให้ประชาชนพักผ่อนหย่อนใจในเชิงอนุรักษ์อยู่แล้ว และสถานีฯ มีความเห็นว่าไม่ควรจะนำไปปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะในลักษณะอื่นดังเหตุผลต่อไปนี้...

1.สวนสาธารณะโดยทั่วไปแล้ว โดยสภาพจะเกิดจากพื้นที่โล่ง (Openair) หรือมีต้นไม้ขึ้นอยู่บ้างประปรายผู้ดำเนินการจะจัดทำถนนลู่วิ่งเพื่อการออกกำลังกายโดยรอบและมีการปลูกต้นไม้เป็นระยะฯ ไว้รับลู่วิ่ง จัดให้มีที่นั่งเพื่อประชาชนที่มาออกกำลังกายได้พักผ่อน ต้นไม้ที่ปลูกจะเป็นต้นไม้ขนาดกลางไม่ใหญ่โตมากนัก เช่น คูณ นนทรีเสลา ประดู่ บางแห่งกลางสนามอาจมีการจัดทำเป็นสวนสุขภาพและปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ให้เกิดความสวยงามและรื่นรมย์แก่ผู้พักผ่อนหย่อนใจ บางแห่งมีที่มากก็จัดทำสนามเด็กเล่น เพื่อให้ผู้ปกครองนำบุตรหลานไปพักผ่อนหย่อนใจตามไปด้วย สวนสาธารณะจะต้องเปิดให้ใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยปราศจากภัยภยันตรายใดๆ และควรจะมีถนนล้อมรอบหรือมีถนนเข้าไปทุกทาง มีเจ้าหน้าที่ดูแลต้นไม้และความปลอดภัยครบถ้วน...

2.สำหรับสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดอุบลราชธานี หรือสวนรุกขชาติวนารมย์นั้นเป็นพื้นที่ปิด มีทางเข้าทางเดียวด้านหน้า ด้านหลังติดกับที่มีความครอบครองเป็นมุมอับล่อแหลมต่อการเกิดอันตรายต่อผู้เข้าไปพักผ่อนหย่อนใจปัจจุบันที่ไม่เกิดเหตุดังกล่าวเนื่องจากเป็นสถานที่ราชการ มีเวรยามและเวลาเปิดปิดเป็นเวลา และโดยสภาพแล้วมีต้นไม้ขึ้นอยู่หลายชนิดและหลายชั้นอายุ บางต้นพร้อมที่จะโตขึ้นทดแทนและเติบโตให้ความชุ่มชื่นและร่มเงา บางต้นพร้อมที่หักโค่นล้มตายลงตามอายุขัย แต่ในความเป็นสวนรุกขชาติวนารมย์นั้น ได้คงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ โดยธรรมชาติได้รังสรรค์ที่แห่งนี้ให้สมบูรณ์ไปด้วยระบบนิเวศแล้ว เนื่องจากการสืบพันธุ์ของพืชเสมือนป่าธรรมชาติ และมีสัตว์ต่างๆ อาศัยอยู่ เช่น นก หนู กระรอก กระแต และงู เป็นต้น ไม้ที่ขึ้นอยู่ก็หนาแน่นและหลากชนิด ทำหน้าที่ดูดความร้อน ตรวจจับฝุ่นละออง โดยผิวใบมีหน้าที่ผลิตออกซิเจนให้คนในบริเวณปริมณฑลได้หายใจเปรียบประดุจปอด แห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี

3.สถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดอุบลราชธานีได้ถูกจัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการของกรมป่าไม้อย่างถูกต้อง มีการจัดกรอบอัตรากำลังชัดเจน และจังหวัดอุบลราชธานีได้อนุญาตให้กรมป่าไม้ใช้พื้นที่อย่างถูกต้อง และกรมป่าไม้จัดสรรงบประมาณให้สถานีเพาะชำกล้าไม้แจกจ่ายแก่บุคคลทั่วไปเป็นประจำทุกปี จนเป็นที่รู้จักอย่างดี (Well - known) และโดยปรกติได้เปิดให้ประชาชนได้เข้าไปพักผ่อนหย่อนใจอยู่แล้ว เพียงแต่มีกำหนดเวลาเปิด-ปิดเท่านั้น เนื่องจากเป็นสถานที่ราชการ สถานีเพาะชำกล้าไม้มีถาวรวัตถุอันเป็นทรัพย์สินของทางราชการ ได้แก่ บ้านพักข้าราชการ เรือนเพาะชำ หอพักน้ำ และรถยนต์ ซึ่งจัดซื้อและสร้างขึ้นด้วยงบประมาณแผ่นดินเช่นกัน

สถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดอุบลราชธานี ได้พิจารณาแล้วว่า หากนำสวนรุกขชาติอุบลวนารมย์หรือสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดอุบลราชธานี ไปจัดทำเป็นสาธารณะในลักษณะอื่น ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องตัดต้นไม้ออกเพื่อปรับปรุงจะเป็นการขัดต่อนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ซึ่งหลงเหลือน้อยเต็มทีฉะนั้นจึงไม่สมควรมอบสวนวนารมย์ให้แก่เทศบาลนครอุบลราชธานีไปดำเนินการ เนื่องจากมีวัตถุประสงค์ตรงกัน แต่ถ้าหากมีความจำเป็นที่จังหวัดต้องอนุญาตให้เทศบาลโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขอให้เทศบาลนครอุบลราชธานีจัดหาสถานที่ตั้งสถานีเพาะชำกล้าไม้แห่งใหม่ให้ ซึ่งมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 30 ไร่ และต้องก่อสร้างวัสดุ ครุภัณฑ์ครบถ้วนดังเดิมต่อไปด้วยแล้วก็ย่อหน้าในบรรทัดถัดลงมาว่า “จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณา เว้น 2 บรรทัดไว้ให้ สมโภชน์ ลงนามสำหรับชื่อเต็มและตำแหน่งหัวหน้าสถานี ซึ่งมีตรายางไว้ประทับแล้ว

ข้าพเจ้าจึงนั่งอ่านหนังสือที่สั่งพิมพ์ ทั้งหนังสือของสมโภชน์ หนังสือรายงานกรมและเทศบาลนครอุบลราชธานี เสร็จแล้วสั่ง กมลฯ ให้เรียกสมโภชน์มาลงนาม กมลฯ ถือหนังสือเดินตามหาตัวเจ้าของสถานีพอได้เรียบร้อยแล้วในฐานะที่ตนเองเป็นธุรการจัดการเรียงหนังสือกับแฟ้มเสนอย่างรวดเร็ว แล้วนำมาวางที่โต๊ะข้าพเจ้า ทุกอย่างได้เตรียมไว้ในใจหมดแล้ว เสนอความเห็นต่อป่าไม้เขตแล้วลงนามกำกับหนังสือในแฟ้มจนหมดส่งกลับให้กมลฯ เจ้าหน้าที่ธุรการฝ่ายเปิดดูทบทวนอีกครั้งคราวนี้ปิดแฟ้มถือเดินขึ้นไปที่หน้าห้องป่าไม้เขต แล้วลงมา ข้าพเจ้านั่งรอเผื่อว่าท่านป่าไม้เขตจะเรียกพบ แต่ก็เงียบไปไม่ถึงชั่วโมง น้องอ้อหน้าห้องเดินถือหนังสือกลับมาให้ ถามว่าทำไมต้องถือมาเองเธอตอบว่าอยากมาเดินพักผ่อนบ้างและไม่เห็นพี่ทศเข้าห้องเขตหลายวันแล้ว ข้าพเจ้ารับแฟ้มเปิดดูที่เสนอไปท่านเขตเห็นชอบไม่ได้แก้ไขอะไรเลย หนังสือถึงกรมป่าไม้และเทศบาลนครอุบลราชธานี น้องอ้อเอาไปให้ธุรการเขตออกหนังสือส่งให้แล้วข้าพเจ้าจึงขอบคุณเธอที่เป็นธุระให้อุตส่าห์นั่งใจไม่เป็นสุขนึกว่าท่านเขตจะไม่เห็นด้วย จบเสียที่คราวนี้ต้องรอฟังการตัดสินใจของกรม...

เรื่องเงียบไปไม่นานข้าพเจ้าก็ถูกปลดจากการเป็นหัวหน้าฝ่ายเพาะชำกล้าไม้ เพราะตัวจริงเขามาเราเป็นแค่มวยแทนทำหน้าที่ได้ปีเศษๆ เท่านั้นจึงขอท่านเขตพักโดยมีตำแหน่งประจำฝ่ายเพาะชำ แต่ก็ไม่ได้ว่างเพราะต้องเป็นกรรมการและเลขานุการสอบวินัยร้ายแรง กรณีมีการทุจริตในโครงการส่งเสริมเกษตรกรปลูกป่าของจังหวัดอุบลราชธานีจึงไม่ได้สนใจเรื่องสวนวนารมย์ แต่ทราบว่าเทศบาลนครไม่มาตอแยกับสวนรุกขชาติและสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัด�� อุบลราชธานีอีกแล้ว จึงได้แต่แสดงความดีใจไว้ข้างในที่ได้อนุรักษ์ต้นไม้ในสวนวนารมย์ไว้ได้ถ้าใครไปที่สวนวนารมย์ท่านจะพบดงพญาไม้แห่งเอเชียอาคเนย์ที่หาดูได้ยากแห่งหนึ่ง....ไม่น่าเชื่อว่ากระดาษเพียง 2 แผ่นจะมีผลถึงเพียงนี้...????


Last updated: 2016-05-24 20:44:26


@ ทวงคืนผืนป่าด้วยกระดาษเพียง 2 แผ่น
 


 
     
เชิญท่านเป็นบุคคลแรกที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความ ทวงคืนผืนป่าด้วยกระดาษเพียง 2 แผ่น
 
     
     
   
     
Untitled Document
 



LFG
www.lookforest.com|บทความ|โปรแกรมคาร์บอนต้นไม้|ฐานข้อมูลชีวภาพ|เครือข่ายฟาร์มป่าไม้|ติดต่อบรรณาธิการ
Powered by: LOOK FOREST GROUP
23/1 ซอยรัชดาภิเษก 64 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.
Clicks: 
1,849

Your IP-Address: 18.118.24.69/ Users: 
1,848