ความรู้ไม่ใช่อยู่เฉพาะในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยแต่อยู่ทั่วทุกแห่งที่ไป ทุกคนที่เราพบ ขึ้นอยู่ที่เราจะยอมรับ นำมาคิดและเก็บได้มากน้อยแค่ไหน
 
     
 
ควรสอบช่วยหรือสอบเชือด
จำให้ขึ้นใจได้เลยว่า ให้รีบเข้าที่เกิดเหตุโดยเร็วที่สุด เพราะในที่เกิดเหตุจะเป็นสถานที่ต้องมีการทิ้งร่องรอยของหลักฐานไว้เสมอ
 

��������������� เช้านี้เดินตามหาคุณยงยุทธบุญวัชรพันธ์ หัวหน้าสวนป่าดงมะไฟ จังหวัดยโสธร เพื่อนัดหมายกันไปตรวจสอบอัตราการรอดตายของไม้ในสวนป่า คราวนี้ท่านเขตให้ตรวจสอบ 100 เปอร์เซ็นต์สวนป่าคุณยงยุทธฯ มีเนื้อที่เพียง 3,000ไร่ไม่กี่วันก็เสร็จหากมีคนงานช่วย ขณะที่เดินลงบันไดชั้นบน พอดีกับที่คนกำลังตามหาขึ้นมาพอดีจึงชวนกันไปนั่งที่ฝ่ายปลูกสร้างสวนป่า ขณะที่ดูปฏิทินเพื่อกำหนดวันพอดีกับหัวหน้าฝ่ายบริหารคือ คุณสาคร เดินมาที่วงสนทนาเอ่ยขึ้นว่า...

��������������� “เฮ้ยทศเขตเขาสั่งให้นายไปเป็นประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่าทำไมรถหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยส.1 (ดงหัวกอง-ดงบังอี่) อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร มันจึงชาร์ปละลาย”

ข้าพเจ้าได้ยินโวยเพื่อนทันที...

“เป็นไปได้ยังไง กันไม่ใช่ช่างนี่หว่า”

เพื่อนเลยต้องแจงเหตุผลว่าเป็นคนเสนอเองเพราะเห็นว่าความเสียหายมันไม่สูงพอที่จะต้องขอหน่วยงานอื่นมาช่วยตรวจสอบเพราะเสียทั้งเงินและไม่สะดวกด้วยประการทั้งปวงยงยุทธฯ ซึ่งนั่งฟังอยู่คงอดไม่ได้เสริมขึ้น...

��������������� “สั่งพี่ทศนะถูกคนแล้ว”

หัวหน้าฝ่ายบริหารจึงถามยงยุทธว่า ถูกคนยังไง ได้รับคำตอบว่า

��������������� “พี่คอนไม่รู้หรือว่าพี่ทศแอบไปเรียนช่างยนต์ที่สารพัดช่างจนจบได้ประกาศนียบัตรมาด้วยผมยังเห็นเลย”

หัวหน้าฝ่ายตอบว่า...

“เห็นว่าเป็นคนชอบรถไม่นึกว่าจะมีความรู้ทางช่าง”

ข้าพเจ้าเกรงว่าทั้งคู่จะเข้าใจคลาดเคลื่อนจึงอธิบายว่า...

��������������� “พอมีความรู้อยู่แต่เป็นทฤษฎีส่วนใหญ่ประสบการณ์ยังอ่อนนัก แต่เอาเถอะเมื่อเขตต้องการก็จะไปให้”

พอข้าพเจ้าพูดจบเพื่อนซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายให้เดินตามไปรับคำสั่งสำหรับการนัดตรวจอัตราการอดตายของสวนป่าได้กำหนดวันและนัดหมายกันแล้วยงยุทธเข้าใจและพอใจต่างแยกย้ายกันไปนั่งทำงาน...

��������������� ข้าพเจ้าเอาคำสั่งที่ให้ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงมาอ่านทำความเข้าใจในการสั่งการครั้งนี้รายละเอียดเริ่มจากหัวหน้าหน่วยป้องกันคือ พี่สมพงษ์ได้รายงานเขตมาว่าได้รับรายงานจากพนักงานขับรถ คือ นายประสงค์ขับรถไปขนไม้ของกลางแล้วรถไม่มีกำลังเครื่องสะดุดจึงตามช่างไปดูช่างฟังเสียงเครื่องลงความเห็นว่าเครื่องยนต์ชาร์ปละลายหากทำการซ่อมต้องทำการยกเครื่องใหม่หมด เป็นเงิน 25,000 บาท ซึ่งเป็นวงเงินที่สูงหน่วยไม่มีงบประมาณซ่อม เขตได้รับเรื่องเห็นว่าน่าจะมีเหตุที่ผิดปรกติวิสัยเป็นเหตุให้ราชการเสียหายควรจะมีคนรับผิดชอบ จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการมีเจ้าหน้าที่ 2 นายคือ ข้าพเจ้ากับ นายเกษมแสงกล้า เจ้าหน้าที่ธุรการ ไปร่วมกันแสวงหาข้อเท็จจริง ให้เวลา 15วัน ยังพิจารณาคำสั่งไม่ละเอียดพอ มีคนมายืนข้างหลัง จึงหันไปดู ไม่ใช่ใครที่ไหนเพื่อนร่วมงานจึงบอกให้นั่งแล้วถามว่า...

��������������� “คุณได้คำสั่งแล้วซิถึงได้เห็นหน้า เรื่องมันไปยังไงมายังไง”

เกษมแสงกล้า กรรมการร่วมจึงเล่าแบ็คกราวให้ฟังว่าที่หน่วยป้องกันนี้หัวหน้าหน่วยคือพี่สมพงษ์ ไม่ค่อยจะถูกชะตากับเจ้าประสงค์ คนขับรถคอยหาเรื่องมาตลอด งวดนี้พอรถพังจึงได้โอกาสรายงานเขตเพื่อจะให้พนักงานขับรถเป็นผู้รับผิดชดใช้ค่าเสียหาย ฟังเล่าจบข้าพเจ้าไม่ได้แสดงความคิดหรือให้ความเห็นอะไรแก่เพื่อนร่วมงาน ต้องเข้าพื้นที่สอบข้อเท็จจริงเสียก่อนเดี๋ยวจะเสียความเป็นธรรมจึงได้นัดหมายว่าจะไปจัดการให้เสร็จโดยเร็ว ให้เตรียมตัวให้พร้อมทั้งยานพาหนะและเครื่องนอนอาจค้างคืน...??

���������������สำหรับข้าพเจ้าพอ เกษมจากไปแล้วจึงได้ร่างหนังสือถึงผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานีสอบถามถึงหลักการของวิชาการทางเครื่องยนต์ว่ามีสาเหตุใดบ้างที่ทำให้เครื่องยนต์ของรถยนต์ชาร์ปละลาย (แบร์ริงละลาย) เอาไปให้หัวหน้าฝ่ายบริหารสั่งพิมพ์เพราะจะถามไปในนามป่าไม้เขต นั่งรอจนหนังสือออกมาจากห้องท่านป่าไม้เขตจึงนำไปให้ธุรการออกเลขหนังสือใส่ซองจ่าหน้าเสร็จรีบถือหนังสือขับรถไปที่วิทยาลัย ติดต่อมอบให้ธุรการแล้วขอความกรุณาว่าเรื่องนี้ด่วนช่วยนำเรียนผู้อำนวยการให้ด้วย สักครู่ก็มีอาจารย์ท่านหนึ่งถือหนังสือออกมาพบกับข้าพเจ้า สอบถามอะไรเล็กน้อยถึงวัตถุประสงค์ของการสอบถาม เมื่อได้ข้อมูลแล้วอาจารย์ท่านนั้นขอเวลา 1 ชั่วโมง ข้าพเจ้านั่งค่าเวลาโดยการเดินดูอาคารสถานที่พอได้เวลานัดหมายอาจารย์ท่านก็เอาซองสีน้ำตาลมาส่งให้และบอกว่าหากมีปัญหาอะไรติดต่อทางโทรศัพท์ได้การประสานงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทางวิทยาลัยเป็นอย่างดี พอมาถึงที่ทำงานเปิดหนังสือขึ้นมาอ่าน สรุปได้ว่า สาเหตุคือน้ำมันเครื่องที่ไม่ได้มาตรฐานไม่ไปหล่อเลี้ยงชาร์ป ก็คือน้ำมันเครื่องรั่วซึม แห้งเสื่อมคุณภาพ น้ำมันเครื่องปลอม เครื่องยนต์โอเวอร์ฮีตและได้วาดรูปวงจรไฟฟ้าของสวิทซ์ไฟ แรงดันน้ำมันเครื่องมาให้ด้วย พออ่านและจับใจความได้แล้วจึงนำไปมอบให้ธุรการลงรับและถ่ายเอกสารนำติดตัวไปด้วย สำหรับตัวจริงให้เสนอเขตแล้วจะกลับมารับพอเสร็จภารกิจจากธุรการก็ไปหาเพื่อนร่วมงานกำหนดว่าวันพรุ่งจะเดินทางไปตรวจสอบเสียทีเกษมรับคำ...??

��������������� รุ่งเข้า 08.00 น.รถปิกอัพดัทสัน 1600 พร้อมประนอมคนขับได้มาจอดรอที่หน้าสำนักงานข้าพเจ้าหอบเป้ใบขนาดย่อมไม่ใหญ่นัก เปิดประตูไปนั่งคนสุดท้ายแล้วรถก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธรเป้าหมายคือ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยส.1 (ดงหัวกอง – ดงบังอี่)รถแล่นไปจอดที่หน้าอาคารสำนักงานส่งข้าพเจ้าและเกษมเสร็จ ประนอมก็นำรถไปเก็บที่โรงรถของหน่วยข้าพเจ้าเดินเข้าไปพอดีกับที่หัวหน้าหน่วยเดินออกมาจึงได้ยกมือไหว้คารวะในฐานะอาวุโสกว่าแล้วเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงของพี่สมพงษ์ทักทายว่า...

��������������� “ไม่เจอกันนานทีเดียวนะคุณทศ นี้ก็ใกล้เที่ยงแล้วผมว่าเราหาอะไรลงท้องก่อนดีกว่าเรื่องอื่นค่อยว่ากัน”

ข้าพเจ้าตอบตกลงทั้งๆ ที่ตามหลักการสืบสวนสอบสวนจำให้ขึ้นใจได้เลยว่า ให้รีบเข้าที่เกิดเหตุโดยเร็วที่สุดเพราะในที่เกิดเหตุจะเป็นสถานที่ต้องมีการทิ้งร่องรอยของหลักฐานไว้เสมอ เข้าเร็วก็พบเร็ว แต่กรณีนี้ไม่จำเป็น ดังนั้นไปหาอะไรรองท้องก่อนดีกว่าสมองจะได้แล่น จึงสั่งให้เกษมบอกประนอมนำรถขับตามพี่สมพงษ์เข้าไปในตัวอำเภอจัดการกับอาหารเที่ยงเสร็จก็บอกเจ้าถิ่นว่าจะตรวจสอบเลย กลับมาที่หน่วยนั่งพักสั่งครู่ พลขับนามประสงค์มาที่ห้องถามว่า

��������������� “หัวหน้าจะไปตรวจดูรถแล้วหรือยัง จอดในโรงรถนี้เอง”

ข้าพเจ้ารับคำเดินตามพลขับของหน่วยไปโดยมีเกษมตามไปด้วยพอถึงโรงรถ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าเป็นรถบรรทุก ยี่ห้ออีซูซุเอล ขนาดความจุของเครื่องคงประมาณ 4,000 ซีซี เป็นรถบรรทุกกระบะ 6 ล้อ หน้าตัดท้ายเป็นกระบะไม้เปิดได้ทั้ง 3 ด้าน สีน้ำเงินเก่ามาก อายุน่าจะเกิน 10 ปีไปแล้วยังมีสภาพให้ใช้ได้ต้องนับว่าคุ้มเกินค่า นี้คือจุดอ่อนของหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ไม่อาจจะทำงานปกป้องป่าดงพงไพรให้อยู่รอดได้ เห็นสภาพก็เดาได้ทันที ไม่ต้องมีใครไปทำอะไรมัน ก็เฉาตายเองอยู่แล้ว ข้าพเจ้าจึงให้เปิดหัวรถออกแล้วเดินไปที่ตำแหน่งข้างตัวเครื่องดึงเจ้าเหล็กวัดระดับน้ำมันเครื่อง แล้วชี้ไปที่เกษมฯ พร้อมสั่งว่า...

��������������� “ช่วยอ่านดูหน่อยซิน้ำมันเครื่องอยู่ที่ระดับไหน?”

เกษมซึ่งเตรียมพร้อมอยู่แล้วร้องบอกว่า...

��������������� “อยู่ที่ระดับเอฟ (F) เจ้านาย”

��������������� ข้าพเจ้าจึงดึงเหล็กวัดระดับมาจับด้านที่แช่อยู่ในน้ำมันซึ่งน้ำมันติดขึ้นมามีสีดำสนิท ลองใช้นิ้วบี้ดู คุณภาพปรากฏว่าไม่มีความเหนือดหลงเหลืออยู่เลย จึงเดินไปเปิดดูหม้อน้ำรถยนต์พบว่ามีน้ำเต็มไม่พร่องแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ผิดปกติคือน้ำขุ่นไม่ใสสะอาด กิจกรรมทุกขั้นตอนให้เกษมบันทึกภาพไว้ทั้งหมดแล้ว จึงถามประสงค์ไปว่ารถยังติดเครื่องได้ใช่หรือไม่ ได้รับคำตอบว่าได้จึงได้ขึ้นไปนั่ง ก่อนจะติดเครื่องใจหนึ่งคิดว่าถ้าชาร์ปละลายจริง ลูกสูบมันต้องเคลื่อนที่ไม่ได้ หากดื้อดึงสตาร์ทจะทำให้ก้านสูบหักก็เป็นได้ แต่เพื่อหาข้อเท็จจริงต้องลองเพื่อตัดประเด็นที่สงสัยออกไป บิดสวิทกุญแจไปที่ออน (ON) ปรากฏไฟแดงสว่างขึ้นที่แผงหน้าปัดรถตรงช่องที่มีรูปกาน้ำมันลองบิดต่อไปคราวนี้เครื่องติดครางกระหึ้ม ได้ยินเสียงโขกดังมาจากข้างในเครื่องล่องเร่งเครื่องคราวนี้ดังเหมือนจะทะลุทะลวงออกมานอกเสื้อสูบ รีบปิดเครื่องในขณะที่เครื่องติดพยายามสังเกตไฟแรงดันน้ำมันเครื่องรูปกาน้ำมันปรากฏว่ากระพริบตลอด ติดๆ ดับๆเสร็จแล้วลงจากรถบอกพี่สมพงษ์ว่า รายการต่อไปขอสอบถามพี่หน่อยทุกคนมาพร้อมที่สำนักงาน เอาห้องทำงานของหัวหน้าหน่วยเป็นที่สอบสวน ข้าพเจ้าพร้อมเกษมทำการสอบปากคำพี่สมพงษ์ ประมาณ 1 ชั่วโมงก็เสร็จพอสรุปได้ใจความว่า...ทางหน่วยมีมาตรการในการดูแลรักษารถของทางราชการ โดยได้ออกเป็นคำสั่งหน่วยให้นายประสงค์เป็นพนักงานขับรถ และดูแลบำรุงรักษารถตามข้อจำกัดของรถ หากมีความผิดปรกติเกิดกับรถของทางราชการให้รีบรายงานให้หัวหน้าทราบโดยด่วน แล้วพี่สมพงษ์ก็ได้มอบสำเนาคำสั่งต่างๆ ของหน่วยที่เกี่ยวข้องกับการดูแลบำรุงรักษารถ ข้าพเจ้าจึงให้เกษมเปิดแฟ้มรถคันนี้ดูว่ามีกิจกรรมอะไรที่พอจะเป็นประโยชน์ให้สำเนาไปด้วย เช่น การรายงานขออนุมัติเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่น หรืออื่นๆที่เกี่ยวข้อง พอรวบรวมเสร็จก็เรียกประสงค์มาสอบต่อ ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็สอบเสร็จ...

เจ้าประสงค์บอกว่าตนเองเป็นพนักงานขับรถต้องรักรถเป็นธรรมดาเพราะมันคือชีวิต หากไม่ดูแลมันให้ดีตนเองนั้นแหละจะได้รับผลก่อนใคร อยากจะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นทุกๆ 5,000 กม.แต่พอขอไปทีไรหัวหน้าบอกว่าไม่มีงบบางครั้งก็ให้เงินมาเติมแทนการถ่ายน้ำมัน เพราะค่าใช้จ่ายเวลาถ่ายน้ำมันเครื่องต้องเปลี่ยนทั้งไส้กรองด้วยหัวหน้าก็อ้างว่างบไม่พอ จึงทำให้น้ำมันที่จะหล่อลื่นขาดคุณภาพ เคยมีโอกาสถ่ายน้ำมันเครื่องอยู่ครั้ง สีของน้ำมันเหมือนสีถ่านดำสนิทแถมมีตะกอนสีดำหลุดออกมาด้วย แล้วก็ตบท้ายด้วยว่าคงไม่มีพนักงานขับรถคนไหนที่ไม่อยากบำรุงรักษารถให้อยู่ในสภาพดี เพราะตนเองเป็นคนขับจะต้องได้รับผลแห่งการไม่ดูแลก่อนคนอื่น...

เพื่อให้ได้ความจริงในเรื่องว่าประมาทหรือไม่ จึงได้สอบถามไปว่าก่อนที่จะรู้ว่ารถชาร์ปละลายตนขับได้ดูไฟเตือนแรงดันน้ำมันเครื่องหรือไม่ ประสงค์ตอบว่าดูเห็นมีไฟสีแดงกระพริบตลอดเวลา จึงได้หยุดรถจนเครื่องยนต์เย็นแล้วจึงเปิดฝาหม้อน้ำดูน้ำหล่อเย็นก็มีเต็มหม้อน้ำ ดึงเหล็กวัดระดับน้ำมันหล่อลื่นก็อยู่ที่ตำแหน่งฟูล (Full) จึงได้ขับต่อไปได้ตรวจลักษณะนี้ 2 ครั้ง แต่รถไม่มีกำลังจึงกลับหน่วยตามช่างมาดู ช่างจึงบอกว่ารถชาร์ปละลาย...

��������������� พอสอบประสงค์เสร็จก็เย็นพอดีจึงบอกเกษมว่ากลับอุบลฯ คงไม่ดึกนักไม่ค้างดีกว่า รวบรวมเอกสารให้เกษมไปบอกประนอม ข้าพเจ้าขอกุญแจรถกับประสงค์ ตรงไปที่รถอีกครั้ง ตรวจสวิทซ์แรงดันน้ำมันเครื่องและดูสายไฟว่ามีจุดไหนที่ขาดฉนวนหุ้มไล่ไปไม่ปรากฏสายไฟชำรุดและก็สมบูรณ์ดี จึงคืนกุญแจให้ประสงค์ แล้วเดินตรงไปที่รถซึ่งหัวหน้าสมพงษ์มารอส่งอยู่แล้ว ยกมือไหว้ล่ำลากัน ข้าพเจ้าได้ขอให้พี่สมพงษ์ลากรถไปที่อุบลฯ อู่ซ่อมรถที่อยู่ตรงข้ามโรงแรมปทุมรัตน์ชื่อ อู่ชำนาญยนต์ ภายใน 3 วัน พี่สมพงษ์รับคำ...??

��������������� เราทั้ง 3 คน ด้วยยานพาหนะดัทสัน 1600 มุ่งหน้าสู่จังหวัดอุบลราชธานียกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเป็นเวลา17.30 น ขณะนั่งในรถสมาชิกทั้งสองชวนคุยเริ่มด้วยเกษมก่อน….

��������������� “ตอนที่เจ้านายเดินไปวัดน้ำมันเครื่องมันยังเต็มอยู่ผมว่าไอ้สงค์คงเอามาเติมก่อนหน้านี้แน่นอนเพราะมันรู้ว่าเจ้านายจะมา ไอ้เจ้านี้ลูกเล่นไม่เบา”

��������������� ข้าพเจ้าตอบไปว่า...

“คงไม่ใช่หรอก เพราะผมบี้ดูแล้วเหลวพอๆ กับน้ำ แต่ถ้าทำต้องใช้น้ำมันเครื่องใช้แล้ว ถ้าเป็นน้ำมันเครื่องใหม่คงจะมีความเหนือดอยู่บ้าง”

��������������� ประนอมเอาบ้าง...

“มันคงกลัวว่าหัวหน้าจะตำหนิไม่ตรวจน้ำมันเครื่องก่อนใช้รถจึงทำให้ชาร์ปละลาย”

��������������� ข้าพเจ้ารับฟังความคิดเห็นของแต่ละคนซึ่งมองไปในทางบวกบ้างลบบ้าง แต่จะปักใจเชื่ออะไรไม่ได้นอกจากมีหลักฐานมาสนับสนุนข้อสมมุติฐาน แล้วเกษม ถามต่อว่า

��������������� “เจ้านายให้ลากรถไปที่อู่ประจำของเราทำไมจะให้ซ่อมเลยหรือยังไง”

เพื่อให้คลายข้อสงสัยจึงต้องอธิบายไปว่า...

��������������� “ผมตรวจและฟังเสียงเครื่องยนต์แล้วอาการมันเป็นไปตามที่ชาวบ้านชอบเรียกว่า ชาร์ปละลาย แต่อาการเสียงเครื่องมันดังเหมือนชาร์ปอกชาร์ปก้านเริ่มหลวมทำให้แรงดันน้ำมันเครื่องต่ำ ไฟน้ำมันเครื่องโชว์ติดๆ ดับๆ หากเร่งเครื่องรอบสูงไฟจะดับ ในตอนแรกผมวิเคราะห์ว่ามันมาจาก 2 เหตุใหญ่ คือ 1.สวิทซ์แรงดันเสีย2.แรงดันน้ำมันเครื่องน้อย...ปั๊มน้ำมันเครื่องไม่ดี ฝักบัวตัน ทางเดินน้ำมันเครื่องสกปรกเพราะใช้หัวเชื้อ กรองน้ำมันเครื่องไม่ได้มาตรฐานผมตัดประเด็นออกไปเกือบหมดเหลืออยู่ 2 ข้อ ชาร์ปอก ชาร์ปก้านหลวมแต่มาจากสาเหตุอะไร ตรงนี้แหละที่เราต้องเอาเครื่องไปผ่าดู ไหนรถคันนี้ต้องยกเครื่องแน่นอนจัดการมันเสียเลย”

เกษมพอรับฟังจบ ร้องออกมาว่า...

“เจ้านายมองละเอียดไปถึงนั้นผมคุมรถเขตมาทุกคันเวลาซ่อมต้องผ่านผมในฐานะเจ้าหน้าที่พัสดุ ไม่เห็นช่าง คนไหนพูดได้ละเอียดเหมือนเจ้านาย ดีเหมือนกันรื้อดูผมอยากจะมีความรู้บ้าง”

ประนอมแสดงข้อคิดบ้าง...

“ถ้าชาร์ปมันละลายคงสตาร์ทไม่ติด ถ้าติดไม่ถึง อึดใจก้านสูบคงหัก ผมเคยเห็นมาแล้วไอ้เจ้าดัทสัน 1500 ��รุ่นช้างเหยียบ หม้อน้ำแห้ง วิ่งควันขึ้นสักพักก็ดับตรวจดูผนังเสื้อสูบเป็นรูโบ๋ ก้านสูบหักแทงทะลุออกมา”

ข้าพเจ้าถามต่อไปว่ามีใครตรวจดูน้ำมันเครื่องหรือเปล่า ประนอมบอกว่าไม่มี ทุกคนโทษพนักงานขับรถไม่ดูน้ำในหม้อน้ำทำให้น้ำแห้งชาร์ปเลยละลาย ข้าพเจ้าจึงต้องอธิบายให้ฟังว่ากรณีนี้น้ำมันเครื่องแห้งแน่นอน ประกอบกับหม้อน้ำขาดน้ำจึงทำให้รถโอเวอร์ฮีต ลำพังเพียงหม้อน้ำแห่งอย่างเดียว อาการที่ตามมาส่วนใหญ่จะเป็นฝาสูบโก่งเสียมากกว่า ประนอมนั่งฟังอย่างตั้งใจ

ผ่านไป 2 วัน เกษมมาตามให้ไปดูเครื่องยนต์ที่ทางอู่ได้จัดการถอดออกเรียบร้อยแล้ว ก่อนอื่นได้สอบถามช่างว่ารถเป็นอะไร ได้คำตอบเช่นเดียวกันว่า ชาร์ปละลาย โดยช่างหยิบโลหะหนาประมาณ 3 – 4 มิลลิเมตร รูปงอเป็นครึ่งวงกลม สภาพบางไม่เท่ากันและบางชิ้นมีสีน้ำตาลแสดงว่าคงเสียดสีกันในห้วงความร้อนสูง ข้าพเจ้าตรวจดูแล้วมันคงเสียดสีกันจนบางทำให้เกิดอาการหลวม ต้องเข้าใจเสียก่อนว่า ชาร์ปคือแผ่นประกับรองระหว่างเพลาข้อเหวี่ยงกับ�� ก้านสูบ ถ้าอยู่ตรงก้านสูบเรียกว่าชาร์ปก้านหากอยู่ตรงข้อเหวี่ยงเรียกว่าชาร์ปอก จากภาพสรุปเป็นภาษาช่างว่าชาร์ป ละลายก็แล้วกัน แต่เอาละเรามาดูสาเหตุว่าแผ่นประกับมันจะละลายได้อย่างไร อนุมานว่ามันต้องไม่มีน้ำมันไปหล่อลื่นแต่เท่าที่สอบถามและตรวจก็ได้ข้อเท็จจริงมาว่ามันมีน้ำมันอยู่ไม่เคยขาดเลยข้าพเจ้าจึงตรวจแครงที่รองเก็บน้ำมันเครื่อง เห็นน้ำมันมีสีดำและลองเอาเหล็กจุ่มขูดลงไปดูปรากฏตะกอนสีดำเต็มไปหมด จึงให้เทน้ำมันออกเพื่อดูว่าตะกอนที่เกิดจากเขม่าหรือสิ่งสกปรกอื่น เช่นเศษโลหะของแผ่นชาร์ปที่เสียดสีกับข้อเหวี่ยง ปรากฏมีความหนาเกือบ ���1 เซนติเมตร แสดงว่ารถคันนี้ไม่ได้ถ่ายน้ำมันเครื่องเป็นปี ก่อนออกป่าวัดน้ำมันเครื่องหากเห็นว่าต่ำกว่าโล (L)ก็ใช้วิธีเติมเข้าไปใหม่เป็นเช่นนี้เรื่อยไปแต่ลักษณะนี้เท่าที่มีประสบการณ์ในการเป็นหัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่ามาหลายหน่วยก็ไม่ปรากฏว่าชาร์ปละลาย คราวนี้มุ่งประเด็นไปที่ปั๊มน้ำมันเครื่องบ้าง เจ้าตัวลำเลียงน้ำมันเครื่องไปหล่อเลี้ยงปั๊มจะมีลักษณะแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนตรงกลางจะเป็นเรือนปั๊ม มีท่อยื่นลงด้านล่างเป็นท่อพร้อมฝักบัวสำหรับกรองน้ำมันเครื่องออกจากตะกอน ส่วนต่อไปด้านบนจะเป็นเฟืองขับประกบกันเฟืองในเครื่องยนต์เมื่อเครื่องยนต์ทำงานเฟืองจะหมุนในตัวเรือนตรงกลางจะประกอบไปด้วยฟันเฟือง 2 ตัว ขบกันเมื่อเครื่องยนต์ทำงานเฟืองจะหมุนขับถึงเอาน้ำมันเครื่องจากห้องแครงขึ้นไปหล่อลื่นส่วนต่างที่กำหนดไว้...

ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงให้ช่างลองเอาปั๊มมาแล้วจุ่มฝักบัวลงไปในอ่างน้ำมันเครื่อง ใช้มือหมุนเฟืองตัวบนของปั๊มแทนเครื่องยนต์ ปรากฏว่า ไม่มีน้ำมันเครื่องไหลออกทางรูข้างของปั๊มแต่อย่างใด ลองให้หมุนเร็วขึ้นบางครั้งก็เห็นมีกระฉอกออกมาบ้างเล็กน้อย ให้ช่างเอามืออุดรูที่น้ำมันออกแล้วหมุน ช่างส่ายหน้าว่าแรงดันไม่มี จึงตัดสินใจให้ช่างถอดตัวเรือนออกมาตรวจดู ช่างตรวจพบว่าตัวเฟือง 2 ตัวมันสึกหรอไป เอาฟิลเลอร์เกจ์มาวัดระยะไม่ได้แสดงว่า มันบกพร่องที่ตรงนี้ช่างลงความเห็นตามภาษาช่างว่า “เฟืองรูด”จบเสียทีการตรวจสอบหาข้อเท็จจริง คราวนี้จะเอาอย่างไรดี เกษม ผู้ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมหรือหมวดยานพาหนะของเขตถามขึ้นว่าเจ้านายว่าไอ้สงค์มันผิดหรือเปล่า ข้าพเจ้าจึงให้ตรวจสอบว่ารถคันนี้มาอยู่ในความครอบครองของหน่วยนานเท่าใดแล้วเกษม ผู้รวบรวมข้อมูลบอกว่า 3 ปีแล้ว แล้วข้าพเจ้าสอบถามประวัติของพลขับว่ามีสถานะอย่างไร ปรากฏว่าเมียหนึ่งลูกสอง เมียเป็นแม่บ้านประสงค์หาเลี้ยงคนเดียว เมื่อทราบข้อมูลรอบตัวแล้วจึงถามกลับไปบ้าง

“แล้วเกษมคิดว่าอย่างไร?

“ผมว่าไอ้สงค์มันไม่ผิดนะเจ้านายเครื่องมันสึกหรอเอง”เกษมออกความเห็น...

ข้าพเจ้าจึงกระทู้ขึ้นมาว่า

��������������� “ถ้าผมบอกว่าประสงค์และหัวหน้าหน่วยฯ มีความผิดเนื่องจากไม่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามคู่มือการบำรุงรักษารถมาถึง 3 ปีจึงเป็นเหตุให้เกิดการสึกหรอขึ้นอย่างรวดเร็วในขณะที่คันอื่นๆ ในเขตไม่มีคันไหนที่เป็นเช่นนี้เกษมจะว่ายังไง”

��������������� เกษม คราวนี้ไม่ออกความเห็นได้แต่บอกว่าแล้วแต่เจ้านาย แต่ไอ้สงค์มันเงินเดือนน้อยถ้าให้มันออกเงินหรือหักเงินเดือนมัน ลูกเมียมันคงไม่มีข้าวกิน ข้าพเจ้าจึงให้บันทึกภาพทุกกิจกรรมที่เราตรวจสอบแล้วสั่งให้ล้างอัด พากลับสำนักงาน...??

��������������� รุ่งขึ้นข้าพเจ้ามาแต่เช้าแวะหาอาหารใส่ท้องที่ร้านข้างเขต ตั้งใจว่าจะเขียนรายงานการสอบสวนให้เสร็จในวันนี้จบเสียทีจะได้ไปตรวจอัตราการรอดตายของไม้ในสวนป่าต่อ นั่งลงพร้อมกระดาษบันทึกเริ่มร่ายยาวทันทีเริ่มจากคำสั่งของป่าไม้เขตจึงได้ออกไปตรวจสอบข้อเท็จจริงตามวันเวลาที่ได้ออกปฏิบัติงานจริง ตรวจสอบพบเห็นอะไรก็แจงจนหมดสิ้นกระบวนความแล้วก็ย่อหน้าเริ่มหัวข้อว่า“ข้อพิจารณา”จากข้อเท็จจริงที่ได้ตรวจสอบรถยนต์ของทางราชการเกิดความเสียหายจริง คือ ชาร์ปละลาย สาเหตุเนื่องมากจากไม่มีน้ำมันหล่อลื่นไปหล่อเลี้ยงตลอดเวลาเนื่องจากปั๊มแรงดันน้ำมันเครื่องเสีย ได้ตรวจสอบแล้วเฟืองขับทั้งสองตัวขบกันไม่สนิทเป็นเหตุให้เกิดแรงดันต่ำไม่สามารถส่งน้ำมันไปหล่อเลี้ยงชาร์ปได้และอีกทั้งอุปกรณ์ปั๊มแรงดันติดตั้งอยู่ภายในคนภายนอกมิอาจมองเห็นได้แม้แต่คนที่เป็นช่างยนต์หากประสบการณ์ไม่พอจะไม่สามารถวิเคราะห์สาเหตุได้ จึงทำให้นายประสงค์ซึ่งเป็นเพียงพนักงานขับรถมีความรู้เบื้องต้นของเครื่องยนต์และการบำรุงรักษาเบื้องต้น จึงไม่สามารถที่จะทราบสาเหตุ สำหรับการป้องกัน จากการสอบสวนทราบว่า นายประสงค์เห็นไฟเตือนกระพริบแต่ก็ได้จอดรถตรวจวัดน้ำมันเครื่องและน้ำหล่อเย็นแล้วก็เห็นมีตามปรกติจึงได้ป้องกันเหตุเป็นการสมควรแก่ความรู้แล้ว ประกอบกับทางราชการมีงบประมาณในการบำรุงรักษารถไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เป็นเหตุให้การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นไม่เป็นไปตามสเปก นายประสงค์จึงไม่มีความผิด เพราะสิ่งที่เกิดเป็นเหตุสุดวิสัยที่จะป้องกันได้เห็นควรยุติเรื่อง ข้อพิจารณา ควรรีบดำเนินการซ่อมโดยการยกเครื่องใหม่ (Overhaul)ให้ใช้เงินของทางราชการ...??

��������������� ได้เอาไปให้เกษมอ่านเกษมบอกว่า เจ้านายนี้ลูกเล่นไม่เบา ตนเองนึกว่าไอ้สงค์ตายแน่ ข้าพเจ้าให้รีบพิมพ์รวบรวมเอกสารและภาพถ่ายมาเรียบร้อยเอาตอนบ่าย จึงได้มัดแฟ้ม ให้เอาไปผ่านหัวหน้าพัสดุด้วย วันรุ่งขึ้นเกษมหอบแฟ้มขึ้นมาให้ดู ข้าพเจ้าพลิกอ่านที่ท่านเขตเกษียณสั่ง ลายมือตัวโตด้วยหมึกดำว่า...ชอบ – ดำเนินการ...???

ทศ สถาปัตย์


Last updated: 2016-05-24 20:24:23


@ ควรสอบช่วยหรือสอบเชือด
 


 
     
เชิญท่านเป็นบุคคลแรกที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความ ควรสอบช่วยหรือสอบเชือด
 
     
     
   
     
Untitled Document
 



LFG
www.lookforest.com|บทความ|โปรแกรมคาร์บอนต้นไม้|ฐานข้อมูลชีวภาพ|เครือข่ายฟาร์มป่าไม้|ติดต่อบรรณาธิการ
Powered by: LOOK FOREST GROUP
23/1 ซอยรัชดาภิเษก 64 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.
Clicks: 
1,178

Your IP-Address: 18.191.4.164/ Users: 
1,177