คิดว่าทำได้ย่อมมีโอกาสมากกว่าคนที่คิดว่าทำไม่ได้
 
     
 
พนักงานพิทักษ์ป่านั้น....สำคัญไฉน (2)
กรมป่าไม้ในอดีตเมื่อได้ยุบโรงเรียนป่าไม้แพร่ ซึ่งเมื่อปี พ.ศ.2523 ก็เคยมีการผลิตบุคลากร โดยสอบบุคลากรบรรจุเข้ารับราชการตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ 1 ใช้วุฒิการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 3
 

                ดังได้ตั้งสมมติฐานไว้ในตอนแรกว่า  ขุนศึกจะเกรียงไกรเพราะไพร่พล  และต้องเป็นไพร่พลที่ได้มีการพัฒนาในด้านนั้น ๆ แล้ว  ตอนนี้การสอบลูกจ้างที่มีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งที่จะเป็นพนักงานราชการในตำแหน่งพนักงานพิทักษ์ป่า  ที่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในภูมิประเทศ สัตว์ป่า พันธุ์ไม้ และการเดินป่าก็เสร็จสิ้นลงแล้ว  จากข้อมูลที่ได้มาจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่  9  (อุบลราชธานี)  สอบผ่านมีทั้งเพศหญิงและชายทั้งสิ้น  285  คน  ได้รับการบรรจุไปแล้ว  31  คน  ที่เหลือขึ้นบัญชีไว้  2  ปี  มีสิ่งที่น่ามหัศจรรย์คือ  คนที่สอบได้ที่  1  เป็นสุภาพสตรี  ต้องขอปรบมือให้  และใน  31  คน  ที่ได้รับการบรรจุ  มีสุภาพสตรีอยู่  6  คน  นับเป็นนิมิตรหมายที่ดี  ที่ทุกอาชีพไม่มีการกีดกันทางเพศ  มันถึงเวลาแล้ว  มือหนึ่งที่เคยแกว่งไกวแต่เปลของลูก  บัดนี้ต้องมาจับดาบแกว่งใส่อริราชศัตรูดูบ้างไม่น่าแปลก...!!?

                เมื่อกรมได้หาความมั่นคงในอาชีพให้กับพนักงานในสังกัด  โดยระเบียบกำหนดการจ้างทุก 4 ปี  ถ้าไม่ประพฤติมิชอบเสียก่อน  ส่วนเงินเดือนเรียกว่า ค่าตอบแทนนั้น  เห็นว่า  สตาร์ท  11,500  บาท  ขนาดสตาร์ทยังได้ตั้งหมื่น  ถ้าเข้าเกียร์หนึ่งจนถึงเกียร์ห้ามิปาไปสามสี่หมื่น  ขอให้ดีใจไว้และตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่  สำหรับผู้ที่เป็นหัวหน้า  เมื่อคณะกรรมการได้คัดบุคคลที่มีความสามารถ  ผ่านการวิ่งทดสอบสมรรถภาพ  และผ่านการสัมภาษณ์จากบรรดากูรูผู้รู้ก็อย่าชะล่าใจ  จงเสริมเขี้ยวเล็บและติดปีก  ให้เป็นพยัคฆ์น้อยที่บินได้จะได้ขุมกำลังเสริมทีมให้เกรียงไกร...?

                ย่อมเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า  ในหน่วยงานราชการไม่ว่า  ทหาร  ตำรวจ  พลเรือน  ตั้งแต่มีการชะลออัตรากำลัง  คนเกษียณก็ยุบตำแหน่ง  ทุกคนต่างตั้งหน้าทำงานตั้งแต่ตำแหน่ง  ซี 1  ทุกวันนี้แทบจะเป็น  ซี 8 กันหมดแล้ว  หรือให้ทันสมัยหน่อยก็เป็นชำนาญการพิเศษ  ฐานของรูปทรงปิรามิดหดหายไป  ทหารเขาเริ่มมาก่อน  เมื่อขาดอัตรากำลังก็มีการจัดตั้งอาสาสมัครทหารพรานเข้ามาช่วย  และยังมีทหารเกณฑ์รองรับอีกชั่วระยะสั้นก็ยังดี  ยิ่งตำรวจแล้วหายเกือบหมดจนได้ข่าวว่าจะมีการหาอัตรากำลังระดับล่าง  เป็นตำรวจเกณฑ์  เป็นการคัดเลือกเหมือนทหารเกณฑ์  ครูก็หาครูผู้ช่วยเพราะครูจริงพากันตั้งหน้าใช้กระดาษอย่างมหาศาลในการผลิตผลงานปรับซี  จนถูกนินทาว่าไม่มีเวลาสอนเด็ก  ทำให้เด็กอ่านหนังสือไม่ออก  สำหรับกรมป่าไม้พอแบ่งแยกกรมยิ่งอาการหนัก  บางพวกต่อว่ากรมอุทยานแห่งชาติ  สัตว์ป่า  และพันธุ์พืช  เอาทั้งคนและวัสดุอุปกรณ์ไปหมด  สร้างสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขึ้นมาแต่ไม่มีกำลังพลและงบประมาณให้  กรมป่าไม้ในอดีตเมื่อได้ยุบโรงเรียนป่าไม้แพร่ ซึ่งเมื่อปี พ.ศ.2523 ก็เคยมีการผลิตบุคลากร  โดยสอบบุคลากรบรรจุเข้ารับราชการตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ 1 ใช้วุฒิการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.ศ.3) อบรมที่โรงเรียนอบรมวนกรรมตาก ( สมัยนั้น ปัจจุบันคือศูนย์ฝึกอบรมการป่าไม้ตาก )  ออกมารับราชการตำแหน่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ 1  ต่อมารัฐบาลมีนโยบายให้ประชาชนร่วมดูแลรักษารักษาป่า  กรมป่าไม้จึงให้หน่วยป้องกันรักษาป่าจ้างราษฎรร่วมปฏิบัติราชการได้หน่วยละ 8 คน เป็นลูกจ้างชั่วคราวรายวันในนาม ราษฎรพิทักษ์ป่า  ในทางกฎหมายเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน  และทำงานไปได้มีอายุงานครบ    ปี  ก็เสริมกำลังใจให้สอบเป็นพนักงานพิทักษ์ป่า  แต่มีฐานะเป็นลูกจ้างประจำ  สิทธิเกือบเทียบเท่าราชการ  หากผู้ดำรงตำแหน่งลูกจ้างประจำเกษียณ  ให้ยุบตำแหน่งจึงเกิดการจ้างในนามพนักงานราชการขึ้น  มีความมั่นคงในระดับหนึ่ง  เนื่องจากมีการขึ้นเงินเดือนหรือที่เรียกว่าค่าตอบแทน  ทำให้คนปฏิบัติงานมีขวัญและกำลังใจมากกว่าลูกจ้างชั่วคราว หรือ ที โอ อาร์ (TOR) พวกที่สอบได้หรือยังสอบไม่ผ่านควรหาหนังสือ  “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี  ว่าด้วยพนักงานราชการ  พ.ศ.2547”  มาอ่านกันบ้าง  อย่าเอาแต่ถามธุรการหรือพนักงานบัญชี  แม้แต่ข้าราชการบางคนรับราชการบางคนรับราชการมาทั้งชีวิตแทบไม่เคยอ่านพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน  ต้องถูกสอบสวนทางวินัยถึงได้วิ่งหาผู้รู้  บางคนรู้มากในเรื่องที่คนตั้งหน้าตั้งตาทำงานไม่รู้  คือรู้ไปเสียหมดทุกเรื่อง แต่ไม่รู้หน้าที่ของตัวว่าต้องทำหรือเป็นอะไร  ประเภทนี้ก็มาก  ผู้เขียนมีเพื่อนเป็นใหญ่เป็นโตแต่ไม่ค่อยได้สนใจงานและระเบียบราชการในความเป็นเพื่อนจึงกระเซ้าไปว่ามึงเซ็น  ไม่อ่านแล้วจะรู้เรื่องหรือวะ  ได้รับคำตอบว่า  “กูรู้ก็แล้วกันว่าเซ็นตรงไหนไม่ติดคุก”  ยิ่งปัจจุบันนี้ยิ่งไปกันใหญ่  ผู้อำนวยการตัวจริงไม่ค่อยอยู่ติดสำนักงาน  มีราชการและประชุมเดือนหนึ่งจะอยู่นับวันรวมแทบไม่ถึงอาทิตย์  รักษาการต้องรับหน้าที่ตลอด  และพวกเจ้าหน้าที่ก็ชอบเพราะเห็นว่ารักษาราชการแทนเซ็นง่าย  เรื่องไหนมีปัญหาดูว่าตัวจริงไปราชการแล้วจึงเอามาให้รักษาการเซ็น  คนรักษาการไม่อยากให้งานค้าง  และเกรงใจคนเสนอก็รีบลงนามให้  วันหนึ่งมีเรื่องมากมายโอกาสที่จะได้อ่านนั้นยากมาก  หากมัวแต่อ่านวันๆ ได้ไม่กี่เรื่อง  หน้าห้องประทับตรายาง  “ดำเนินการ”  มาถึงรักษาการไม่รอช้าเซ็นชื่อทันที  คนกรองหน้าห้องหรือก่อนเข้าห้องในสมัยก่อน  มีผู้ช่วยป่าไม้เขต  แต่ปัจจุบันเป็นข้าราชการซี 3 ซี 4 เท่านั้น  บางเรื่องจึงอยู่เหนือวิสัยที่พวกคุณเธอจะรู้และเข้าใจ  บางคนรักษาราชการใช้สำนวน  “รอไว้ผู้อำนวยการกลับจากราชการ”  คราวหน้าผู้อำนวยการไม่ให้รักษาราชการ  เพราะว่าเป็นคนไม่กล้าตัดสินใจที่นำมาเล่าให้ฟังเพื่อเป็นอุทาหรณ์ว่า  ควรหาความรู้ใส่ตัวไว้ให้มาก  ผู้เขียนเคยเป็นกรรมการสอบวินัยร้ายแรงมาแล้ว  คนเป็นป่าไม้จังหวัดลงนามอนุมัติเพียงใบเดียว  แต่รักษาราชการลงนามทั้งหมด  ป่าไม้จังหวัดเกือบรอด  แต่ว่าสวรรค์ยังมีตา...??

                การคัดเลือกบุคลากรมาเป็นพนักงานพิทักษ์ป่า  คุณสมบัติหลักมิได้คัดจากวุฒิการศึกษา  แต่คัดจากประสบการณ์  ถ้าเปรียบไปก็เหมือนกับคัดเลือกหา  “พรานป่า”  ฉะนั้น คนที่เข้ามาจึงมีความรู้ตั้งแต่อ่านออกเขียนได้จนถึงปริญญา  จึงอยากจะให้ผู้ที่ได้รับตัวไปช่วยงานลองขัดเกราดูว่า  จะเพิ่มประสิทธิภาพในทางใด  ได้คุ้มกับหน้าที่ที่จะมอบให้  ทางกรมควรพยายามหาทางให้ได้บรรจุเพิ่มและจ้างลูกจ้างมาทำงานหาประสบการณ์ไว้เตรียมต่อไป  เราต้องรีบขยายฐานกำลังที่เป็นรูปปิรามิดให้มีขนาดใหญ่พอที่จะดูแลรักษาป่า และพยายามตั้งหน่วยพิทักษ์ป่าให้ครอบคลุมพื้นที่  เพื่อจะได้ส่งกำลังเหล่านี้ไปประจำ เท่าที่เคยจัดฝึกอบรมพนักงานพิทักษ์ป่าและได้มีการสอบถามความรู้ในตอนสอบสัมภาษณ์  พอจะสรุปได้ว่าบุคลากรของเราต้องการพัฒนาอีกมากไม่ว่าจะเป็นการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ การแกะรอย การยังชีพในป่า และการเข้าจับกุมผู้บุกรุกทำลายป่า  ควรจะมีการสอนเสริม ทบทวนทุกๆ 3 เดือน ทุกวันนี้วิทยากรในสำนักหรือในส่วนกลางก็มีมากพออยู่แล้ว อยู่ที่หัวหน้าคนใดจะคิดริเริ่มมองไปข้างหน้า  และตัวหัวหน้าเองก็หมั่นพัฒนาตนเองให้มีความความรู้ความสามารถให้มาขึ้น ไม่ใช่ให้กรมต้องตั้งหน่วยพิเศษขึ้นมาเดินสายจับแล้วส่งเรื่องให้เราดำเนินคดี มันก็อีหรอบเดิมสู้จับเองไม่ได้  หากเป็นกีฬาตะกร้อเขาเรียกว่า “ชงเองกินเอง” ไม่เสียหน้าแต่ยังได้หน้า คดีก็รัดกุมเพราะเรารู้ทุกอย่างในอาณาจักรของเรา ใครจะมารู้ดีเท่ากับเรา เห็นท่านอธิบดีพร้อมทีม “พยัคฆ์ไพร”ของกรมป่าไม้ และอธิบดีกรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ เดินสายจับกุมทวงคืนผืนป่าแล้วเหนื่อยแทน อุตสาห์แต่งตั้งผู้ใต้บังคับบัญชาให้เป็นทั้งผู้อำนวยการสำนักฯ และผู้อำนวยการส่วนฯ ได้ ซี 8-9 กันแล้วผู้บริหารระดับสูงต้องมาเหนื่อยอีก แล้วจะรับการแต่งตั้งไปทำไม มีปัญหาอะไร ก็กองนิติการ ทั้งๆที่นิติกรส่วนใหญ่จะถนัดกฎหมายแพ่งและกฎหมายอาญา นอกจากคนที่อยู่ในกรมนานก็แตกฉานในข้อกฎหมายของป่าไม้   แต่การดำเนินคดีความสำคัญในข้อกฎหมายนั้นมีน้อย  สำคัญที่ข้อเท็จจริงและคนที่จะแสวงหาข้อเท็จจริงได้ดีจะต้องมีประสบการณ์สูงจึงจะเสาะแสวงหารวบรวมพยานหลักฐานเอามาฟ้องจนชนะคดีในที่สุด ซึ่งทั้งสองกรมแทบจะนับคนได้  พนักงานพิทักษ์ป่าเช่นกันรีบเติมเขี้ยวเล็บให้แล้วจะพบว่าท่าน “เกรียงไกร เพราะไพร่พล”....?

                การสอบคราวนี้ยังไม่ได้รับข่าวสารในทางลบว่า “มีเส้นหรือเสียเงิน” หากบริสุทธิ์ยุติธรรมโปร่งใสจริงเราคงให้พนักงานพิทักษ์ป่าที่มีคุณภาพมาช่วยกันรักษาสมบัติของชาติ เพราะการแต่งตั้งคนหรือสอบคัดเลือกคนเข้าทำงานไม่ว่าสถานที่ใด หากได้คนดีมีศีลธรรมประจำใจก็เป็นนิมิตหมายอันดีของระบบราชการไทย     เราร่ำเรียกร้องระบบคุณธรรมหรือธรรมมาภิบาลมาโดยตลอด ขออวยพรให้ผู้ได้รับการคัดเลือก จงตั้งหน้าทำงานด้วยความสุจริตใจแล้วผลที่ได้จะจำเริญสืบไป.   


Last updated: 2015-07-30 09:05:27


@ พนักงานพิทักษ์ป่านั้น....สำคัญไฉน (2)
 


 
     
เชิญท่านเป็นบุคคลแรกที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความ พนักงานพิทักษ์ป่านั้น....สำคัญไฉน (2)
 
     
     
   
     
Untitled Document
 



LFG
www.lookforest.com|บทความ|โปรแกรมคาร์บอนต้นไม้|ฐานข้อมูลชีวภาพ|เครือข่ายฟาร์มป่าไม้|ติดต่อบรรณาธิการ
Powered by: LOOK FOREST GROUP
23/1 ซอยรัชดาภิเษก 64 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.
Clicks: 
1,839

Your IP-Address: 3.235.223.5/ Users: 
1,838