รักคนอื่นถ้าอยากให้คนอื่นรักเรา
 
     
 
พะยูงฤาจะสูญสิ้นแผ่นดินไทย (20)
 

..…… เรามาว่าตอนต่อไปคือ ข้อ 2 อัตตาหิ   อัตตาโน   นาโถ  ผู้เขียนได้เคยขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ  มาบ้างพอจะมองเห็นว่าจุดอ่อนและจุดแข็งของการใช้จมูกคนอื่นหายใจนั้นมันไม่สะดวกเท่าเราหายใจด้วยตัวเอง  ขอกำลังเขาไปเขาก็ต่อรองขอให้เราสนับสนุน  ไม่มีการทำงานที่ต่างคนต่างใช้งบ  หากเรามีเงินเอามาปูนบำเหน็จรางวัลของคนเราไม่ดีกว่าหรือ  และจากประสบการณ์ที่ผ่านมากรมอุทยานแห่งชาติฯ ของเราได้มีความพยายามในการหาวิธีการ  หรือมาตรการที่จะหยุดยั้งขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูงอย่างเต็มที่ และผู้เขียนก็ได้นำยุทธการบางอย่างมาเล่าให้ฟังแต่คงยังไม่ตรงเป้าจึงยังหยุดยั้งไม่ได้ 

มีท่านผู้อ่านแนะนำว่าควรมีการรับจ้างปลูกไม้พะยูง  และผู้อ่านอีกท่านคือคุณสะแกราช  ได้รณรงค์ปลุกให้ชาวป่าไม้เราตื่นได้แล้ว  ผู้เขียนขอขอบคุณที่ชี้ทางให้เพื่อเป็นข้อมูลผสมผสานในการวิเคราะห์  ไม้พะยูงเป็นไม้ที่ขยายพันธุ์ได้ง่ายก็จริงแต่เป็นช่วงของกล้าไม้เพียงนำเมล็ดไม้พะยูงมาบี้ให้แหลกละเอียดแล้วหว่านลงไปในแปลงหรือกระบะเพาะชำ  รดน้ำไม่นานก็งอกเบียดเสียดกันเต็มกระบะ แยกใส่ถุงดูแลเรื่องโรคใบสนิมเหล็ก (RUST) ได้โอกาสที่จะเติบโตในถุงพลาสติกและหากสามารถทำให้ข้ามปีได้  เมื่อนำไปปลูกโอกาสที่จะรอดตายสูง  แต่ถ้านำไปปลูกในพื้นที่จริงเป็นแปลงปลูกไม้เชิงเดี่ยว (PURESTAND) จะทำให้มีโรคแมลงมารุมเร้าทำให้การเจริญเติบโตต้องชะงักงันได้  แต่ถ้าหากเติบโตดีจะต้องมีอายุ 60-80 ปีจึงจะมีแก่นให้นำไปใช้ประโยชน์ได้  แต่ถ้าหากมันขึ้นเองตามธรรมชาติไม่มีใครไปรบกวนจะเจริญเติบโตเร็วมาก

สำหรับคำแนะนำในเรื่องการบูรณาการนั้นเท่าที่มีประสบการณ์มีหน่วยงานไม่ว่าตำรวจ ทหาร ศุลกากร  ต่างก็มีภารกิจของตนมากอยู่แล้ว  เราจะสนธิกำลังได้เป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้น  เช่นทหารหรือตำตรวจตระเวนชายแดนที่มาตั้งฐานอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติฯและเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเพื่องานความมั่นคง  จะผลัดกำลังแลทุก 6 เดือนไม่ซ้ำหน้ากัน  การประสานงานจึงไม่ต่อเนื่อง  และหน่วยงานที่มาใหม่ก็มักจะมาขอแผนที่ใหม่อีกครั้งเรื่อยไป 

หากจะมีการบูรณาการจริงๆ เพื่อให้การทำงานได้ครบวงจร  ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ กรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติต้องเป็นหนึ่งเดียว  หากรวมกันได้ยิ่งดีเพราะปัญหาที่เราพบมีการเกี่ยงหน้าที่  เกี่ยงพื้นที่  ทั้งๆที่เป็นประเทศไทยเหมือนกัน  หากสองกรมของเรายังเหมือนเดิมวิธีที่จะเอาชนะขบวนการลักลอบตัดไม้ไม่น่าจะยาก 

สำหรับหน่วยป้องกันรักษาป่าที่มีทั้งอาคารและอัตรากำลังอยู่บ้างแล้วเพียงแต่ต่อเติมเสริมแต่งสิ่งที่ขาดหายไปคัดเลือกหัวหน้าที่มีความรู้ความสามารถเป็นหัวหน้า  พัฒนาเป็นเสือติดปีกให้ได้  สำหรับอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเสริมหน่วยพิทักษ์และอัพเกรดพนักงานให้มีศักยภาพน้องๆหน่วยอรินทราช หรือหน่วยจู่โจมใต้น้ำ  หน่วยซีลกองทัพเรือ  การกำหนดแผนงาน 

สำหรับกรมป่าไม้ดูแลกลางน้ำและปลายน้ำโดยประสานงานกับตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธร และศุลกากร  อุทยานแห่งชาติกำหนดแผนงานหลักคือการดูแลรักษาป่าและที่ดินป่าไม้  งานบริการนักท่องเที่ยวเป็นงานรอง  ทุกวันนี้เท่าที่เห็นว่างานอุทยานนั้นทำยากเนื่องจากเป็นงาน 3 ด้านที่ขัดแย้งกันในตัวและยังมีผลประโยชน์เข้าเกี่ยวข้องแม้แต่พนักงานก็เกี่ยงต่างคนต่างอยากทำงานที่เบา เช่น งานเก็บค่าผ่านทางงานต้องรับได้รู้จักคนมากและบางครั้งยังได้สินน้ำใจ (ทิป) จึงทำให้หน่วยงานบางหน่วยงานที่หัวหน้าบริหารงานไม่ดี  พนักงานแตกแยกขาดความสามัคคี 

ส่วนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านั้นทำงานแค่ 2 ด้านดูและผืนป่าสัตว์ป่าและงานวิจัย  ใช้อัตรากำลังในการดูแลป้องกันได้อย่างเต็มความสามารถ ที่กล่าวมาทั้งหมดเพื่อแสดงให้เห็นว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตนนั้นดีที่สุด  จะทำให้เราแสวงหาต้นเหตุได้รวดเร็วไม่ใช่ต่างคนต่างทำข้อมูลกระจัดกระจายไม่เป็นหมวดหมู่ การจับกุมลองเปลี่ยนแนวทางหรือวิธีการ ไม่ใช่เจอปลาซิวปลาสร้อยก็รีบจับลองมีการสะกดรอยดูบ้างว่าไม้ที่กองทัพมดนำไปจะส่งลง ณ จุดใดฝึกคนของเราให้เป็นนักล่าที่ครบวงจรเก่งทั้งจับสอบสวนสืบสวนสะกดรอยจะทำให้เราได้ตัวการนายทุนระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และอาจจะได้ระดับประเทศ....!!?

...ลำดับต่อไปสิ่งที่อยากจะฝากถึงเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ที่ทำหน้าที่ดูแลกลางน้ำและปลายน้ำ ท่านควรจะศึกษาพระราชบัญญัติการขนส่งออกไปนอกและนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 และประกาศกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ 92) พ.ศ.2535 และศึกษาอนุสัญญาที่เกี่ยวข้องมีอนุสัญญาเซโลน่า และอนุสัญญาไซเตส สำหรับอนุสัญญาบาเซโลน่าไปดูเรื่อง “สินค้าผ่านแดน” ส่วนอนุสัญญาไซเตสดูว่าชนิดพันธุ์ไม้ที่แนบบัญชี 2 ที่เขาเอาไม้พะยูงไปไว้รายละเอียดเขาเขียนว่าอย่างไร ต่อไปศึกษาพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 และที่แก้ไขเพิ่มเติมดูในเรื่องการสำแดงเท็จและเรื่องสินค้าถ่ายลำ

หากท่านมีความรู้ในเรื่องเหล่านี้จะทำให้ท่านกล้าพอที่จะอายัดหรือยึดไม้ที่พบได้โดยไม่ต้องกังวลใจขอฝากไว้กับคุณพิชญะ ยั่งยืน และคุณดิเรก ศิริจงประเสริฐด้วย เพราะในแถบที่รับผิดชอบมีด่านศุลกากรตั้งแต่มุกดาหาร เขมราฐ และช่องเม็กโอกาสที่จะพบการนำเข้าส่งออกมีมาก และอย่าลืมศึกษาว่าด่านใดที่ต้องแสดงใบรับรองถิ่นกำเนิดไม้ด้วย (C/O) หากทางมุกดาหารและอุบลราชธานียังไม่มีก็ขอให้กระทรวงพาณิชย์ประกาศให้ด้วยจะเป็นมาตรการป้องกันอย่างดี และที่อย่าลืมคือกฎหมายป่าไม้ การนำไม้เคลื่อนที่ต้องมีใบเบิกทางกำกับจึงจะชอบด้วยประการทั้งปวงผู้เขียนลงสมมุติฐานเล่น ๆ ดูว่า ไม้ที่ลงเรือหางยาวจากประเทศไทยครั้งละ 5-10 ท่อน/เหลี่ยม หากไปเข้าโรงเลื่อยแถวชายแดน สปป.ลาว แล้วรวบรวมใส่ตู้คอนเทนเนอร์ลาวนำเข้ามาฝั่งไทยในรูปใดก็ได้จะเป็นสำแดงเท็จว่าเป็นไม้ชิงชัง ไม้ประดู่และส่งออกในลักษณะสินค้าผ่านแดนหรือไม้ถ่ายลำเพราะมีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ออกใบเบิกทางโดยไม่ระบุปลายทางแต่กลับมีการประทับตรา “” ที่หัวไม้ให้ไปส่งโกดังแถวสมุทรปราการ

หากเป็นจริง กงล้อประวัติศาสตร์มันได้หมุนกลับมาทับรอยเดิมเป็นการออกใบเบิกทางอำพรางเจ้าหน้าที่ระหว่างขนย้ายในประเทศไทย พอถึงด่านท่าเรือกรุงเทพก็นำส่งออกเป็นสินค้าอย่างอื่นเป็นการสำแดงเท็จ การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ศุลกากรไม่สามารถตรวจสอบให้ครอบคลุมได้ทุกตู้เนื่องจากเครื่องเอกซเรย์มีจำกัดจึงหลุดรอดไปได้

เหตุที่ออกทางท่าเรือกรุงเทพไปจีนนั้นหากบรรจุตู้คอนเทนเนอร์จะได้ปริมาณมาก ไม้หนึ่งตู้คอนเทนเนอร์หากเป็นไม้ขนาดมาตรฐาน 15 คูณ 15 คูณ 120 เซนติเมตร จะบรรจุได้ถึง 500 ท่อน/เหลี่ยม และมีน้ำหนักถึง 30 ตัน การที่นำไม้จากไทยไปลาวในลักษณะกองทัพมดเรือหางยาวคาดเดาว่าน่าจะไปเพื่อแปรรูปให้ได้ขนาดและเป็นการรวมหมอนไม้ในทีเดียวกัน แต่ก็เป็นเรื่องแปลกที่เรือหางยาวขับข้ามลำโขงไปเราไม่ติดตามกลับกลัวว่าจะเสียความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ ที่เขามาขโมยไม้เราไม่เห็นเขาคิดอะไรให้ยากเลย คิดแล้วน่าอดสู

....มีอีกกรณีหากมีข่าวการลักลอบตัดไม้พะยูงอย่างครึกโครมในท้องที่ใดเรามักจะเห็นไม่ว่าจะกรมป่าไม้หรือกรมอุทยานฯ มักจะระดมคนเปิดยุทธการมีชื่อน่าเกรงขามดูแล้วน่าจะได้ผลและน่าจะประสบผลสำเร็จ แต่ผู้เขียนเห็นว่าได้ไม่เท่าเสีย

                ข้อที่ 1 หน่วยงานที่ไประดมคนของเขามา จะขาดอัตรากำลังทันที ทั้งๆที่ทุกหน่วยงานมีปัญหาหมด

                ข้อที่ 2 พนักงานที่ถึงจะมีการฝึกด้านยุทธวิธีมาบ้างแล้วก็ตามจะไม่คุ้นเคยภูมิประเทศนี้คือจุดอ่อน

                ข้อที่ 3 หากสิทธิประโยชน์ของผู้ที่มาทำงานมากกว่าพนักงานท้องที่จะเกิดการเปรียบเทียบขาดขวัญกำลังใจ

                ข้อที่ 4 ห้วงเวลาในการปฏิบัติงานสั้น 2 เดือนบ้าง 3 เดือนบ้าง ทำให้งานไม่ต่อเนื่องเงินหมดก็กลับ หากมีงบควรใช้เสริมหน่วยเก่าที่มีอยู่และกวดขันกำกับดูแลอย่างเคร่งครัดจะได้ประโยชน์กว่า เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่ของพื้นที่

ที่กล่าวมาทั้ง 4 ข้อนั้น เพื่อเป็นแนวคิด การเปิดยุทธการไฟไหม้ฟาง หรือยุทธการดาวหาง จะมาให้เห็นแวบเดียวแล้วดับหายไป หากจะใช่ควรอัพเดทคนพื้นที่แล้วใช้ยุทธการไฟสุมขอน หรือยุทธการดาวค้างฟ้า น่าจะดีกว่า...???

...บทสุดท้ายที่ผู้เขียนจะวิเคราะห์ว่าไม้พะยูงจะสุญสิ้นไปจากแผ่นดินไทยหรือไม่นั้น ตัวชี้วัดคือ ปัจจุบันป่าไม้ในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 หรือที่เราเรียกว่าป่าตามมติคณะรัฐมนตรี และป่าสงวนต่างที่มีความสมบูรณ์

ท่านผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลท่านได้จัดประกวดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และอุทยานแห่งชาติไปหมดแล้วและไม้พะยูงส่วนใหญ่ก็ขึ้นอยู่ภายในท้องที่นี้ ฉะนั้นขอฟันธงได้เลยว่าไม้พะยูงจะไม่สูญสิ้นไปจากแผ่นดินไทยแน่นอน แต่ไม้พะยูงที่เหลือจะมีแต่ประชากรที่เป็นยุวชน และเยาวชน ส่วนบรรดาวัยฉกรรจ์จะค่อยหายไป สำหรับไม้แก่ชราจะสูญสิ้นไปในที่สุด เหมือนสังคมไทยในปัจจุบันที่เหลือแต่สังคมผู้สูงวัยเพราะการคุมกำเนิดและมีบุตรน้อย สรุปได้ว่าพะยูงจะไม่สูญสิ้นไปจากแผ่นดินไทยแน่นอน...หากพวกเราไม่ขายชาติขายแผ่นดินเสียก่อน...???



Last updated: 2015-02-17 00:14:43


@ พะยูงฤาจะสูญสิ้นแผ่นดินไทย (20)
 


 
     
เชิญท่านเป็นบุคคลแรกที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความ พะยูงฤาจะสูญสิ้นแผ่นดินไทย (20)
 
     
     
   
     
Untitled Document
 



LFG
www.lookforest.com|บทความ|โปรแกรมคาร์บอนต้นไม้|ฐานข้อมูลชีวภาพ|เครือข่ายฟาร์มป่าไม้|ติดต่อบรรณาธิการ
Powered by: LOOK FOREST GROUP
23/1 ซอยรัชดาภิเษก 64 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.
Clicks: 
699

Your IP-Address: 18.204.2.146/ Users: 
698