สะดุ้งตื่นขึ้นมาเนื่องจากหูแว่วเสียงโต้ตอบกันอยู่ด้านล่างห้องนอน มองดูนาฬิกาที่หัวเตียงมันเป็นเวลา 09.00 น. พอดี รีบลุกจากเตียงเก็บเครื่องนอน ได้ผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำชำระร่างกายโดยด่วน คงจะเป็นด้วยเมื่อวานไปตรวจการขุดเจาะหินกลับมาเย็นมากแล้ว และยังนอนดึกเนื่องจากต้องขบคิดปัญหาจึงหลับยากไปหน่อย และหน้าต่างด้านทิศตะวันออกก็ยังลืมเปิดซะอีก จบกัน ไม่เคยตื่นสายอย่างนี้เลย และไม่มีใครกล้ามาปลุกซะด้วย เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จรีบเดินออกจากห้องลงมายังห้องด้านล่าง ตรงไปที่โต๊ะรับแขก ขณะนี้มีเจ้าจอยมานั่งรอ บนโต๊ะมีอาหารเช้ารออยู่แล้ว สำหรับประเวศนั้นกำลังนั่งเคาะแป้นพิมพ์ดีดอยู่อย่างมีสมาธิ เจ้าจอยเมื่อส่งถ้วยกาแฟให้แล้วนั่งลงถามข้าพเจ้าทันทีว่า....?
��������������� “พี่ยังจะทำต่ออีกหรือ เมื่อวานผมเห็นพี่บันทึกเองนึกว่ายุติเรื่องแล้วไปนอนอ่านเมื่อคืนมันไม่ใช่ผมได้ข่าวมาว่าหนังสืออนุญาตใบนี้เจ้าของมีพวกมาก ไม่มีใครเขาอยากไปยุ่งด้วย ผมคุยกับพี่ประเวศแล้วพี่ประเวศบอกว่าเรามีหน้าที่รับปฏิบัติ อ่านใจลูกพี่ไม่ออก”
พอคนถามเสร็จประเวศเดินออกจากห้องทำงานมาสมทบแล้วพูดขึ้นว่า....
��������������� “ผมก็นึกเหมือนจอยแต่พออ่านบันทึกที่พี่เขียนบรรทัดสุดท้ายว่า ...คณะเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบได้พิจารณาแล้วจึงกำหนดแนวทางปฏิบัติไว้ 3 ข้อ คือ ข้อ 1.ทำการรังวัดเนื้อที่ที่ถูกขุดเจาะระเบิดหินทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน ข้อ 2. แจ้งให้ผู้รับอนุญาตนำตรวจสอบบริเวณที่ได้รับอนุญาต ข้อ 3. แจ้งให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำการตรวจสอบพื้นที่ครั้งแรกที่ตรวจอนุญาตนำตรวจอีกครั้งเพื่อยืนยันตำแหน่ง ผมจึงตื่นแต่เช้ามาพิมพ์หนังสือประสานงานให้พี่ช่วยตรวจให้ด้วย”�
ว่าแล้วคนพูดก็ยื่นเอกสารให้ทั้งชุดตัวเองนั่งลงหยิบขนมปังเข้าปากอย่างสบายใจ...ข้าพเจ้ารับแฟ้มงานมาเปิดหน้าแรกเป็นหนังสือนัดกรรมการผู้จัดการห้างหุ้นส่วนศิลาทองรุ่งเรืองกิจให้มานำตรวจ โดยเว้นวันที่นำตรวจไว้ ฉบับที่สอง แจ้งให้นายต่อพงษ์ป่าไม้อำเภอเมืองนำชี้ตำแหน่งที่อนุญาต ฉบับที่สามเป็นหนังสือถึงนายมโหฬาร เจ้าหน้าที่ป่าไม้ประจำจังหวัดให้ออกไปร่วมชี้ตำแหน่งที่อนุญาต ฉบับที่สี่เป็นหนังสือถึงนายชวเลข เจ้าหน้าที่จากสำนักงานป่าไม้เขตอุบลราชธานีให้มานำตรวจตำแหน่งพื้นที่อนุญาต โดยหนังสือทุกฉบับเว้นวันที่นัดหมายให้ข้าพเจ้าเป็นคนกรอก ข้าพเจ้าจึงหยิบดินสอที่แนบมากับแฟ้มลงรายการวันที่นัดหมายเสร็จส่งกลับให้คนพิมพ์ ซึ่งกำลังรออยู่ เมื่อรับแล้วเห็นเดินเข้าไปที่ห้องได้ยินเสียงพิมพ์ดีดเคาะอยู่สักพักก็เงียบไป เจ้าตัวเดินออกมามือเปล่ามานั่งร่วมวงสนทนาต่อ ข้าพเจ้าได้แต่นึกในใจหน่วยสังขะหากไม่มีประเวศคนคงยุ่งพิลึก เพราะรู้งานทุกอย่างโดยไม่ต้องสั่งการอะไรมากนัก ขอให้บอกนโยบายเป็นพอ แต่คราวนี้ข้าพเจ้ายังไม่ได้แจ้งให้ทีมงานทราบว่าจะเอาอย่างไรให้ติดตามดูสถานการณ์เอาเอง และทั้งคู่ก็ไม่พยายามสอบถามอะไร รอรับปฏิบัติเพียงอย่างเดียว.....!!
วันที่ 7 และ 8 กันยายน 25.... มัวจัดการกับเรื่องเอกสารนัดหมายได้ตรวจทานเรียบร้อยและข้าพเจ้าได้ลงนามแล้ว ประเวศจะเอาไปส่งที่ไปรษณีย์ด้วยตนเองเนื่องจากทุกฉบับเป็นเอกสารลับ ข้าพเจ้าท้วงว่าอย่าเพิ่งส่ง พรุ่งนี้เราจะเข้าพื้นที่เผื่อมีอะไรจะได้แก้ไขเพิ่มเติม เอาแต่หนังสือนัดหมายกรรมการผู้จัดการห้างหุ้นส่วนไปส่งให้ก่อน...ประเวศเข้าไปที่ตัวอำเภอไม่ถึงชั่วโมงกลับมาบอกว่าเรียบร้อย พรุ่งนี้เช้าถึงมือผู้รับอนุญาต....?
วันที่ 9 กันยายน 25....� คณะเจ้าหน้าที่ของเรามีข้าพเจ้า ประเวศ ธีรยุทธและพี่เพียรได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบบริเวณที่ขุดเจาะอีกครั้งหนึ่งพบชาย 4 คน กำลังเดินเครื่องจักรทำการขุดเจาะระเบิดหิน จึงเข้าไปสอบถามบันทึกปากคำบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน คณะของเรายังไม่ได้ทำการจับกุมเนื่องจากบริเวณที่ขุดเจาะอยู่ในเขตหลักปูนซีเมนต์ 2 ต้น ซึ่งชายทั้ง 4 คนได้อ้างว่าทำการขุดเจาะในเขตอนุญาต แต่ข้ออ้างอันนี้ไม่ใช่สาระสำคัญที่ทำให้เราไม่จับ มันมีเหตุผลที่มากกว่านั้นคือเรายังไม่ทราบขอบเขตที่แน่นอนของการอนุญาตจับไปจะเป็นการฟ้องที่คลุมเคลือพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องแน่นอนสร้างความประหลาดใจให้ทีมงานจนอดรนทนไม่ได้ คนที่สอบถามคนแรกคือเจ้าจอย เพราะผิดตำราที่เคยสอนเจอต้องจับได้ ตั้งกระทู้ว่า....?
��������������� “พี่ทำไมให้ผมบันทึกในลักษณะการตรวจสอบธรรมๆ ไม่มีข้อหาอะไรเลย ?”
ข้าพเจ้าไม่ตอบ มองไปที่ประเวศเห็นนัยตาสงสัยเช่นกัน สำหรับพี่เพียรพออ่านบันทึกจากเจ้าจอยแล้วอดสงสัยไม่ได้จึงถามว่า...
��������������� “คุณทศจะไม่จับใช่หรือไม่ ก็ดีไม่ต้องยุ่งสมองตรวจสอบเสร็จไม่พบอะไรก็กลับ”
ข้าพเจ้าไม่ตอบอีกแต่พี่เพียรไม่สงสัยอะไรมากนัก เพราะดูไปแล้วอะไรก็ได้ อย่าให้ยุ่งยากเป็นพอ พอดีกับผู้จัดการเจ้าของใบอนุญาตเข้ามาสอบถาม...
��������������� “ท่านป่าไม้มีอะไรจะให้ผมรับใช้บอกได้นะครับ แต่วันนี้ผมติดธุระ ให้หลานชายประสานงานแทน”
ข้าพเจ้าจึงบอกไปว่า....
��������������� “มีธุระก็ไม่เป็นไรทำหนังสือมอบอำนาจของเสี่ยให้คุณอัคนีทำการแทนก็ได้”
และแล้วพวกเราก็พากันไปที่โรงโม่หินที่ตั้งอยู่ริมทางหลวงสายสุรินทร์ – ปราสาท ได้จัดทำหนังสือมอบอำนาจโดยนายอำนาจ ศิลาทอง ผู้รับอนุญาตมอบให้นายอัคนี ศิลาทอง ทำการแทน ในเรื่องการนำตรวจที่ขุดเจาะระเบิดย่อยหินเสร็จ หลานชายของผู้รับอนุญาตอีกคนได้นำน้ำอัดลมมาบริการและขอพบกับข้าพเจ้าเป็นการส่วนตัว เราทั้งสองเดินออกมาจากห้องเจ้าของบ้านพูดขึ้นว่า…
��������������� “ผมไม่มีอะไรจะสมนาคุณพี่ นอกจากของเล็กๆ น้อย”
ว่าแล้วก็ส่งซองสีขาวพับความหนาประมาณ 5 เซนติเมตร เห็นจะได้ ข้าพเจ้าสะดุ้งอยู่ในใจ ความที่คุ้นเคยกับคำว่าซองขาวทำให้รีบตอบไปว่า...
�“ผมรับไว้ไม่ได้หรอกยังไม่ได้ปรึกษาหารือกับพรรคพวกที่มาเลยคุณเก็บไว้เถอะ”
บุคคลผู้เดินมาด้วยไม่ยอมเอาซองมายัดใส่กระเป๋าเสื้อซาฟารีตรงกระเป๋าล่าง ข้าพเจ้ารีบล้วงหยิบมันขึ้นมา ความรู้สึกบอกว่ามันแน่นไปด้วยสิ่งที่บรรจุอยู่ภายใน แล้วเดินไปส่งให้คนใส่ ดูสีหน้าแล้ว เห็นว่าหน้าถอดสี รับคืนไปแล้วพูดขึ้นว่า ...
“มันเป็นธรรมเนียมค่าอาหารเล็กๆ น้อยจากเรา พี่ๆ ทุกคนที่มาเขารับกันทุกคน สำหรับพี่ผมพิจารณาเป็นพิเศษอย่าปฏิเสธผมเลย”
�ข้าพเจ้าเห็นฝ่ายตรงข้ามจะเสียน้ำใจจึงปลอบไปว่า....?
��������������� “ผมขอขอบคุณที่มีไมตรีจิตผมรับไม่ได้จริงๆ และการตรวจสอบก็ยังไม่ได้ดำเนินการ ขอผมตรวจสอบเสร็จแล้ว เราค่อยคุยกันก็ยังไม่สาย”
แล้วเราทั้งสองก็เข้ามาที่ห้องรวมกับทีมงาน... พอจัดการกับอาหารกลางวันเสร็จข้าพเจ้าบอกทีมงานว่าเราจะเข้าไปทำการรังวัดพื้นที่อนุญาต ขอให้ผู้รับมอบอำนาจไปนำชี้ด้วย....
เวลา 14.30 น.คณะทำงานช่วยกันรังวัดโดยมีเจ้าจอยเป็นคนส่องกล้องโดยใช้เข็มทิศ (Hand Compass) ข้าพเจ้า ประเวศ และพี่เพียรช่วยกันลากเทปวัดระยะ นายอัคนีได้ชี้เสาปูนซีเมนต์ 2 ต้นว่าเป็นขอบเขต การรังวัดของเราในครั้งนี้เน้นไป 2 ประเด็น คือบริเวณที่รถไถได้ไถพื้นที่เพื่อเตรียมขุดเจาะ (ซึ่งรวมกับหลุมที่ขุดเจาะไปแล้ว) ข้อ 2 รังวัดหลุมที่ขุดเจาะเอาหินออกไปแล้ว สำหรับแปลงอนุญาต 5 ไร่ นั้น เมื่อได้ตำแหน่งเสาปูนแล้วไปพล๊อตในแผนที่ก็จะปรากฏว่าอยู่ตำแหน่งใดสำหรับการยึดโยง โชคดีใกล้บริเวณที่ขุดเจาะมีอ่างเก็บน้ำและมีประตูระบายน้ำห่างจากที่บุกรุก 240 เมตร จึงใช้เป็นจุดยึดโยงได้ดีทีเดียว เมื่อรังวัดเสร็จข้าพเจ้าสั่งให้ระงับการขุดเจาะไว้จนกว่าจะตรวจสอบเสร็จจะแจ้งให้ทราบในภายหลังแล้วคณะของเราก็ต่างแยกย้ายกันกลับ.....!!
วันนี้เป็นวันที่ 10 กันยายน 25.... ข้าพเจ้าได้ให้ประเวศไปส่งหนังสือถึงสำนักงานป่าไม้เขต เพื่อสั่งให้เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบพื้นที่เพื่อการอนุญาต คือคุณชวเลข และหนังสือถึงป่าไม้จังหวัดให้สั่งป่าไม้อำเภอคุณต่อพงษ์ และป่าไม้ประจำอำเภอกาบเชิง คุณมโหฬาร ให้มาร่วมชี้จุดปักหลักเขตอนุญาต พอประเวศกลับมาเจ้าจอยขับรถเข้ามาในหน่วยพอดี ข้าพเจ้าจึงให้นั่งรอที่โต๊ะรับแขกเมื่อข้าพเจ้ามาสมทบ เจ้าจอยกางแผนที่ให้ดูเป็นแผนที่ได้ทำการพล๊อตจากการรังวัดจัดทำมาอย่างเรียบร้อยบนกระดาษ เอ 3 โดยเขียนหัวด้วยปากกาหมึกสีดำว่า...
�“แผนที่แสดงตำแหน่งหมุดหลักเขตบริเวณขุดเจาะระเบิดหินของ นายอำนาจ ศิลาทอง โดยมีนายอัคนี ศิลาทอง เป็นผู้ชี้หลักเขตแนบท้ายบันทึกฉบับลงวันที่ 9 กันยายน 25.... มาตราส่วน 1 : 2,500”
ข้าพเจ้านั่งพิจารณาเห็นความผิดปกติได้ชัดเจนคือ ขอบเขตที่รถเกรดได้ไถหน้าดินและลูกไม้ทิ้งเป็นขอบเขตที่รังวัดได้ 14 ไร่ 2 งาน 76 ตารางวา ขอบเขตที่ขุดเจาะเอาหินออกไปแล้วมีเนื้อที่ 10 ไร่� 3 งาน 24 ตารางวา สำหรับหลักเขต 2 หลักที่นายอัคนีชี้ เมื่อนำมาพล๊อตลงในแผนที่ซึ่งมีด้านเหนือและด้านทิศใต้ ด้านละ 100 เมตร สำหรับด้านตะวันออกและตะวันตกด้านละ 80 เมตร เนื้อที่ 5 ไร่ จะอยู่ในขอบเขต 14 ไร่ เกือบทั้งแปลง จะมีส่วนที่อยู่บนดินก็ตรงที่มีหลักซีเมนต์ฝังไว้ ถ้าดูคร่าวๆ พอจะอนุมานได้ว่าผู้รับอนุญาตได้บุกรุกไปประมาณ 10 ไร่ ข้าพเจ้าจึงเอาบันทึกการตรวจสอบเมื่อวานที่พี่เพียรเป็นคนบันทึกสั้นๆ มาประกอบ พอดีกับเจ้าจอยได้จัดทำสมุดรังวัด (Field Book) ลงองศาระยะทางไว้เสร็จมาประกอบเรื่องไว้ เรียกประเวศมาเอาเข้าแฟ้มเรื่องไว้ได้หลักฐานอีกชุดแล้ว ประเวศไม่ถามอะไร ข้าพเจ้าจึงบอกว่าจะไปห้องน้ำสักหน่อย ซึ่งอยู่ด้านหลังห้องทำงาน ไม่รู้กินอะไรผิดสำแดงเข้าไป หรืออาจโดนใครแช่งก็ไม่รู้ ขณะนั่งหาความสุขอยู่นั้นหูแว่วได้ยินเสียงพอจับใจความได้ว่า....
“พี่ประเวศว่าพี่ทศจะเอายังไง ? เงินก็ไม่เอาจะจับก็ไม่จับ ผมเดาใจไม่ถูก”
ประเวศตอบไปว่า...
“ผมกำลังนึกอยู่ แต่ถ้าจับเราจะจับอย่างไร ? มัดไม่แน่นหลุดแน่นอนบารมีเราก็น้อยด้วย พี่ทศถึงแกจะแกร่งแต่ก็มีตำแหน่งแค่หัวหน้าสำนักฯ ถ้าเป็นหัวหน้าฝ่ายหรือผู้ช่วยป่าไม้เขตค่อยว่ากัน แต่คนที่เซ็นหนังสือสั่งแกก็เป็นผู้ช่วยเขตรักษาราชการแทน ถ้าไม่ไว้ใจคงไม่สั่งทำงานข้ามท้องที่ พี่ทศกับนายเหนือเขาอาจจะรู้กันก็ได้” คนถามครั้งแรกก่อนจะเดินไปที่รถเพื่อกลับหน่วยพูดทิ้งท้ายว่า....
�“เดี๋ยวก็รู้ว่าหมู่หรือจ่า”

Last updated: 2014-09-20 12:09:53