พ.ศ.� 2511.........
��������������� ลมเปลี่ยนทิศแล้ว� เริ่มนำความหนาวเย็นพัดแทรกตัวเข้าไปในร่างกายแม้จะใส่เสื้อกันหนาวเพื่อป้องกันตนเองแล้วก็ตาม วัฎจักรแห่งฤดูกาลเริ่มมาเยือนแล้ว� ย่างเข้าราศีตุลย์ในอาณาจักรเขียวขจีของเรา กรีฑาภายในเริ่มฤดูกาลของมันแล้วนิสิตที่เป็นนักกีฬาทุกประเภทเริ่มเตรียมพร้อม� นักกีฬาเริ่มฟิตซ้อมเตรียมพร้อมแต่เนิ่นๆ� สำหรับผมนั้นไม่มีความสันทัดในเรื่องกีฬาไม่ว่าจะเป็นชนิดใด� รู้ตัวว่าพรสวรรค์ในทางนี้ช่างปิดสนิทจริงๆ� แต่พระเจ้าไม่ใจร้ายพอที่จะไม่ให้มีส่วนร่วมอะไรกับสังคมเลย เป็นไปมิได้� เราทีมศิลปกรรมที่มีหน้าที่ในการออกแบบชุดเชียร์ และชุดเดินพาเหรด� จึงมีกิจกรรมที่ได้แสดงฝีมือหรือมีส่วนร่วมกับเขา มิฉะนั้น� คงเป็นกองเชียร์อย่างเดียว� พวกเราเลยนัดกันประชุมเพื่อดีไซน์รูปแบบของชุดเชียร์ ที่ตึกคหกรรมศาสตร์ อีกหนหนึ่งหลังจากได้ใช้ตึกหลังนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว� ทีมเก่าเวลาเดิมและคนเก่าทุกคน
��������������� “มาพร้อมกันหมดแล้วหรือยัง”
คุณเอนก� ลิ้มศรีวิไล� บอสเจ้าเก่า มีคุณวณิดา� ศุขจรัส� ในสมัยนั้นเธอสวยและสดใส� อีกคนก็ไม่พ้นดาวดวงเด่นของเรา� คุณประไพพรรณ� ตันติวัฒน์� ฮีโรอีนสาวน้อยน่ารักของพี่ๆ� สำหรับผู้ชายยังมีอีกหลายท่านที่ไมได้เอ่ยถึงอย่าน้อยใจนะเป็นธรรมดาคนเรามักจะจำคนดังได้เสมอ� ไม่ได้เลือกปฏิบัติแต่อย่างใด� ณ� ห้องประชุมแห่งนี้เต็มไปด้วยจอมยุทธ์พู่กันทองทั้งนั้น� ได้เวลาประชุมแล้ว� เอนก� เริ่มรายการทันที.........
��������������� “พวกเราได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนๆ� ให้ออกแบบชุดเชียร์� เดินขบวนพาเหรดและชุดดรัมเมเยอร์� พวกเราใครถนัดทางไหนเสนอได้นะ� วันนี้เสนอไอเดียร์ได้เต็มที่”…..
��������������� เพื่อน อเนก เริ่มเปิดฉากโดยไม่ต้องการไหว้ครูเลย� กันเองเต็มที่� พวกเรามักจะเป็นอย่างนี้เสมอ
��������������� “เอาอย่างนี้ไหมทศฯ� คุณรับหน้าที่ออกแบบเสื้อเชียร์ของผู้ชาย”
วณิดา� ศุขจรัส� เพื่อนสาวเปิดศึกก่อนทันที่
��������������� ทำเอาผมหนาวไปเลย เพราะงานในวันนี้ไม่ถนัดซักอย่าง� ตั้งใจจะมาฟัง และรอเป็นลูกมืออย่างเดียว
��������������� “ไม่ไหวหรอกคุณ� ผมมาจากบ้านนอกชุดต่างๆ� ถ้าให้ผมออกแบบคงเชยเป็นบ้าแน่� เอาไว้ใช้แรงงานดีกว่า� พวกเธอเป็นเด็กกรุงเทพฯ ก็หลายคน� เอาเจ้าหน่องฯ� ก็ได้� เรื่องอย่างนี้หัวมันดีกว่าผม”
��������������� “ผมรีบบอกปัดเป็นพัลวันทันที่� สมัยเรียนอำนวยศิลป์ก็เอาแต่เรียน� ช่วยเจ้าบอย� ชวลิต� พงษ์ศิริ แต่เรื่องขีดๆเขียนๆ ออกแบบปกหนังสือเรื่องเสื้อผ้าภัตราภรณ์ไม่ประสีประสาแม้แต่นิดเดียวถ้าเทียบความรู้ก็แค่ประถมสี่”
พวกเราทุกคนหันมามองผมด้วยความปลงสังเวช� แต่ผมไม่แคร์มันเป็นอย่างนั้นจริง� คนเราไม่ได้ถนัดทางศิลปกรรมไปทุกเรื่อง� และแล้วทุกคนลงความเห็นว่า
��������������� “ก็จริงของเธอนะ”
เพื่อนนิดฯ ประไพพรรณช่วยเอาไว้� พวกผู้ชายหลายคนก็เห็นด้วย� เอนก� จึงถามต่อไป
��������������� “เอาเป็นว่าเรื่องพวกนี้ให้พวกเธอผู้หญิงไปคิด� แล้วพวกเราจะเป็นลูกมือ”
อเนก� ได้ทีรีบสรุปทันทีเพราะมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
��������������� “ พวกเราเหล่าสตรีผู้กล้าทั้งหลายจงรับไปดำเนินการ� แต่ขออย่างหนึ่ง ชุดดรัมเมเยอร์อย่าให้กระโปรงสั้นนัก� แม้พวกเราสาว ๆ เกษตรจะมีขาสวยหลายคน เอาแต่พอดี� ถุงเท้ายาวขอเป็นสีขาวเหมือนถุงเท้าขาวเราไม่ต้องโชว์มาก เดี่ยวรุ่นพี่จะเขม่นเอา� พวกเธอรับปฏิบัติออกแบบภายใน� 3� วัน แล้วเรามาพบกันอีกที่นี่เพื่อลงมติ� “ มอบให้นิดฯ� เป็นแม่งานในฐานะเธอมีตำแหน่ง� เป็นขวัญใจของพวกเรา หวังว่าคงไม่ขัดข้องนะ”
��������������� “ เอนก� เธอนี่เล่นเอาเปรียบผู้หญิงจริงนะ”
��������������� นิดฯ� ประไพพรรณ� ตันติวัฒน์� เธอเริ่มเพ้อบ้าง� แต่เอนกก็ทันใจดีเหมือนกัน� “เอาน่าแสดงฝีมือหน่อยเดี๋ยวจะให้เจ้าทะโมนเพื่อนชายของเธอไปช่วยเต็มที่� ใช้ได้เต็มที่� ซื้อโอเลี้ยง� กาแฟ� เรียกใช้ตลอด� 24� ชั่วโมง”
��������������� “เอ้า� เป็นตกลง� เราขอเศษฐศาสตร์คน� วนศาสตร์� และคณะเกษตร� 2� คน”
เอาละซิในที่นี้มีวนศาสตร์เราคนเดียว� ได้เป็นเด็กวิ่งส่งโอเลี้ยงก็คราวนี้แหละเจ้าทศฯ� เอ้ย� ผมได้แต่นึกในใจ ไม่กล้าปฏิเสธ �เพราะเดี๋ยวหาว่าไม่มีสปีริต� ยิ่งเพิ่งถูกอบรมมาหยกๆ..........
��������������� ทุกหนทุกแห่งที่เป็นสนามกีฬา� ณ� บัดนี้เต็มไปด้วยนักกีฬามหาวิทยาลัย ทุกคนกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อต้องการคว้าไว้ซึ่งชัยชนะ� หลายเดือนที่รอคอยมาถึงแล้ว ทุกคนอยากแสดงความสามารถและพรสวรรค์ที่ตนมีอยู่ ให้เป็นที่ประจักษ์แก่มวลเหล่านิสิตทั้งปวง� ลาภ� ยศ� สุข� สรรเสริญ� ย่อมติดตามตัวมนุษย์มิหายไปอย่างเด็ดขาด� จำเป็นจะต้องใช้สติกำกับไว้มิฉะนั้น� โลกมิปั่นป่วนไปทั่วอย่างปัจจุบันนี้............!?
��������������� ...........องค์สุริยันประคองกอดจุมพิตหญิงจันทราแล้วต่างโบกพระหัตร์อำลาไปปฏิบัติภารราชกิจอันยังประโยชน์แก่มวลมนุษย์ชาติ� เมื่อความสว่างค่อยๆลับตาความมืดเริ่มมาเยือนเป็นเช่นนี้ไปชั่วนาตาปี� หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว� กระโดดขึ้นเจ้าเสือสองล้อสีแดงควบมันออกจากหอ� 16� อันเป็นที่พักอาศัย หอนี้เพิ่งเปิดในปีนี้เป็นปีแรกเพราะว่าหอเก่าเต็มหมด หอ 16� เป็นที่เรียนของเด็กสาธิตเกษตรคณะศึกษาศาสาตร์� อยู่ติดกับถนนวิภาวดีรังสิตในปัจจุบัน และยังติดกับสำนักงานปรมณูเพื่อสันติ และสวนนอกสถานฝึกงานของคณะเกษตรอีกด้วย� หาไม่ยากนัก� ออกจากหอมาได้ประมาณ� 200� เมตร� เลี้ยวซ้ายก็จะเป็นที่พักของนิสิตหญิง� ซึ่งแน่นหนามั่นคงปลอดภัยยิ่งกว่าที่คุมขังแห่งเกาะตะรูเตาเสียอีก เพราะท่านแม่ชวนชมท่านป้องกันบุตรีของท่านเท่าชีวิต� รอบ ๆ� หอหญิงมีคูน้ำล้อมรอบกว้างประมาณ� 2- 3 เมตร และพูนดินล้อมด้วยลวดตาข่ายหนาสามารถมองทะลุได้ตลอด และถัดไปอีกยังมีคูล้อมรอบอีกชั้น กว้างประมาณ� 2� เมตร� อย่าหวังเลยไอ้ขวัญจะฝ่าด่านไปหาอีเรียมได้ ผมขี่ผ่านหอมาเรื่อย ผ่านสนามกรีฑามหาวิทยาลัย สนามเต็มไปด้วยนักบอล และนักวิ่ง ต่างก้มหน้าก้มตาฝึกปรือทักษะ เลยมาอีกเป็นสนามอินทรีย์จันทรสถิต �ซึ่งตั้งอยู่ด้านขวามือ เลยมาด้านซ้ายมือจะเป็นหอพักเก่า ๆ พอถึงทางแยกหอ� 15� จะอยู่ตรงแยกซ้ายมือเพราะ ณ� ที่แห่งนี้ เป็นแยก� ทางเหนือไปตึกนิสิต� แยกขวามือบนเป็นโรงพยาบาลของท่านอาจารย์หมอภิญโญฯ� เลยไปทางด้านในเป็นสระเขียวขจี และคาเฟทเรีย� ขวามือหัวมุมเป็นสนามบาสเกตบอลซึ่งบัดนี้คลาคล่ำไปด้วยนักกีฬาชายร่างกำยำสูงใหญ่ กำลังขะมักเขม้นฝึกท่ายิงแป้นห่วงให้มีความแม่นยำสวยงามไปในตัว... ผมรีบปั่นเจ้าม้าแดงควบพาตัวไปยังสามแยกเกษตร เพื่อซื้อหาของใช้ส่วนตัวและหาอาหารเย็นลงท้อง เพื่อให้หมดภาระ เพราะคนเราเกิดมาไม่มีอะไร เพียงอิ่มหนึ่ง กับตื่นหนึ่ง เท่านั้น จะไปอะไรกันมันมากมายนัก� คนเราเกิดมาเพื่ออะไร ตถาคตท่านได้บัญญัติไว้ว่า� หนึ่งเกิดมาเพื่อใช้กรรม� สองเกิดมาเพื่อสร้างกรรม ทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว� สุดท้ายไม่มีอะไร เกิดมาเพื่อตาย สัจธรรมนิรันดร์กาล .... เมื่อซื้อเครื่องใช้เสร็จแล้ววันนี้มีอารมณ์อยากพักผ่อนสมองบ้าง เลยตีตั๋วเข้าไปดูหนังที่อมรพันธ์รามา� เป็นหนังไทย สมัย สมบัติ เพชรา� ดาราคู่ขวัญตลอดกาล� หนังเลิกดึกหน่อยเพราะฉายสองเรื่องควบ� ดูบ้างหลับบ้างไปตามเรื่อง รู้สึกหนังจะเลิกเอาตีสอง รีบควบเจ้าคู่ชีพกลับหอ เพราะพรุ่งนี้มีเรียนภาคเช้าหนึ่งวิชา� พอผ่านมาทางหอ� 15 �ซึ่งเป็นอาคารไม้เป็นห้องแถวเก่าหน้ากลัวตั้งทะมึนตรงหน้าเหมือนปราสาทแดร๊กคูล่า ความเงียบวังเวงเพราะดึกมากแล้ว อากาศก็หนาวเป็นใจอีกด้วย เท้ามันเร่งปั่นไอ้จานล้ออย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้ตัว พอถึงทางแยกเลี้ยวขวาชะลอลงนิด ทันใดนั้น ได้ยินเสียง เห่า หอน ของสุนัข มาทางทิศด้านเหนือ มันเยือกเย็น ทำเอาขนในกายลุกชันขึ้นมาทันทีทันใด� แล้วหอนรับกันเป็นช่วง ๆ� ปลอบใจตัวเองว่าวันนี้ตึก� 4� คงมีกิจกรรมของตึก เพราะในสมัยนั้น ตึก� 4� ได้ชื่อว่าเป็นตึกหมาหอน แต่วันนี้ไม่ได้ข่าว ไม่น่าจะมีเพราะในเกษตรเราสังคมเล็ก ๆ� ใครทำอะไรที่ไหนรู้กันหมด ถ้าไม่ใช่ตึก� 4� แล้วมันอะไร พอสมองมันเริ่มคิดไอ้เจ้าเท้ามันรีบทำงานประสานกันทันที ไม่รอช้าปั่นเจ้าสีแดงคู่ชีพ พุ่งออกจาหน้าหอ� 15� ดังธนูหลุดจากแหล่ง ด้วยความเร็วเทียบได้กับ ความเร็วของแสงก็มิปาน� พอถึงหอรีบจอดเจ้ายานคู่ชีพกระโดดวิ่งเข้ายังห้องนอนทันที ซึ่งเจ้าสุชิน ยังไม่หลับ
“ เฮ้ย !� ไอ้นารถ� วิ่งหนีอะไรมาวะ ยังกะถูกหมาไล่ฟัดมาอย่างนั้นแหละ?”
“ ไม่ได้หนีอะไรมา� รีบมานอนวะ พึ่งนึกได้ว่าพรุ่งนี้มีเรียนเช้า”
ผมรีบตอบเจ้าชินฯ มันไปแบบเลี่ยงเดี๋ยวมันจะหัวเราะเอา ว่าโตแล้วยังกลัวผีอีก วันนี้ไม่กล้าลงอาบน้ำแล้ว กระโดดขึ้นเตียงคลุมโปงทันที ทำเอาเจ้าชินฯ� งงเป็นไก่ตาแตก..........?
........อรุณรุ่งพุ่งสู่ขอบฟ้าแสงสุริยาส่อง� แสงอ่อน� ลมเย็นพัดผ่านพ้นไปอีกวันแล้ว� เหล่าวิหคปักษาออกหาอาหารแล้วแต่มนุษย์มีสมองอย่างเรายังงัวเงียอยู่กับที่นอนน่าอายนกยิ่งนัก� พอลืมตานึกถึงแล้วทำให้หนาวๆร้อน ๆ� อย่างไรพิกลสมองมึนไปหมดสลัดผ้าห่มออกถือขันพร้อมแปรงและยาสีฟันเข้าห้องน้ำเพราะวันนี้มีเรียนเช้าเก้าโมง �แต่งตัวเสร็จได้พาร่างไม่ค่อยสมบูรณ์ มานั่งอยู่ที่บาร์� รีบกินข้าวแล้วเข้าห้องเรียน� วันนี้เรียนไม่ค่อยรู้เรื่องนัก� สมองนักแต่คิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน นึกขึ้นได้ว่าวันนี้มีประชุมเสนอการออกแบบชุดพาเหรดในตอนหนึ่งทุ่ม� ยามว่างลองดีไซน์แบบเสื้อผ้าเล่น� เพราะไม่มีพื้นทางด้านนี้ เขียนแล้วขย้ำทิ้งไปหลายแผ่นแล้ว� สมาธิไม่ดีเลย หยุดนึกไปนอนเอาแรงดีกว่ากลับหอ พอจอดรถสองล้อคู่ชีพ ได้ยินเสียงทักทายจากเจ้าหน่อง� วัฒนะ ใจงาม หนึ่งในทีมศิลป์
��������������� “เฮ้ย� นารถ� วันนี้ประชุมนะ� เตรียมพร้อมแล้วยังละ ?”
��������������� “เออ� รู้แล้วง่วงจะขอนอนก่อนนะ� เจอเจ้า� อัศวิน� กันบ้างหรือเปล่า� จะได้ชวนมันไปด้วยกัน เป็นประธานรุ่นควรจะรับรู้ในภาพรวมว่าพวกเราทำอะไรไปบ้าง?”
“วันนี้ไม่เจอมันเลยวะ� ไอ้หมอนี้� มันขี้หลี� คงตามตื้อใครอยู่แถวคณะเศรษฐศาสตร์� มั้ง”
“ถ้าเจอหมอ บอกด้วยนะว่า เราขอให้ประธานไปร่วมหน่อยบอกว่าไอ้นารถ� สั่งก็ได้”
ผมย้ำเจ้าหน่องเพื่อช่วยกันส่งข่าวต่อๆไป เพราะเจ้าหน่องมันเรียนเศรษฐศาสตร์เผื่อว่าจะเจอ…

Last updated: 2014-06-14 07:06:16