ความกลัวเป็นสิ่งที่บ่อนทำลายความคิดสร้างสรรค์
 
     
 
พะยูงฤาจะสูญสิ้นแผ่นดินไทย (8)
ต่อมาหลังจากได้รับเอกสารของไม้แล้ว พยานกับพวกพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันตรวจสอบเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับไม้ที่รวมกองอยู่ ณ สถานที่รวมหมอนไม้ที่เกิดเหตุดังกล่าว และได้ทำการตรวจตอไม้ในที่ดินตามเอกสารที่ทาง น.ส.ฐิติมาภรณ์ฯ มอบให้
 

                มาถึงตอนสุดท้ายของการดำเนินคดีแล้ว  คือการสืบพยานในชั้นศาล...

                ศาลได้สืบพยานโจทก์นายไมตรีและนายประเวศ  ซึ่งเป็นพยานคู่ก่อน โดยสรุปสาระที่นายประเวศ   ในตอนหลังได้เล่าให้ผู้เขียนฟัง  เพราะตอนที่เข้าไปเบิกความ  ทางทนายจำเลยจะไม่ยอมให้เข้าฟังและเป็นมารยาทที่พยานคู่จะต้องอยู่นอกห้องพิจารณา  สรุปสาระว่าคุณประเวศฯได้ให้การไปตามที่ให้การกับพนักงานสอบสวนว่า  เป็น เจ้าพนักงานป่าไม้ 5  สังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ตามวันเวลาที่เกิดเหตุ  พยานกับพวกได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดอุบลราชธานี  ที่  765/2549  ลงวันที่  8  สิงหาคม  2549  ไปทำการตรวจค้น บ้านไม่มีเลขที่  หมู่  16  ตำบลดอนจิก  อำเภอพิบูลมังสาหาร  ที่เกิดเหตุ  เนื่องจากได้รับรายงานจากสายข่าวมีการลักลอบทำไม้       ที่มิชอบด้วยกฎหมาย  แล้วนำไปเก็บรวมหมอนไว้ที่ บ้านไม่มีเลขที่ดังกล่าว  เพื่อสวมโควตาไม้ที่นำเข้ามาจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ล.) แล้วส่งไปจำหน่ายต่อยังประเทศที่สาม  (ต่างประเทศ) ขณะที่นำหมายค้นของศาลจังหวัดอุบลราชธานี ไปทำการตรวจค้นที่เกิดเหตุพบ น.ส.ฐิติมาภรณ์ อ้างว่าเป็นตัวแทนของนายระพีพัฒน์ฯ  จำเลยเจ้าของไม้  เป็นผู้นำตรวจค้นและตรวจสอบบริเวณดังกล่าว  จากการตรวจค้นพบ ไม้หวงห้ามคือ ไม้พะยูงแปรรูป  จำนวน  70  เหลี่ยม  ปริมาตร  5.202  ลูกบาศก์เมตร  ไม้ประดู่แปรรูป จำนวน  45  เหลี่ยม  ปริมาตร  5.152  ลูกบาศก์เมตรและไม้สาธรแปรรูป  จำนวน  36  เหลี่ยม  ปริมาตร  4.45  ลูกบาศก์เมตร  รวมไม้ทั้งหมด จำนวน  220  เหลี่ยม/ท่อน  ปริมาตรรวม  27.190  ลูกบาศก์เมตร  โดยน.ส.ฐิติมาภรณ์ฯ  ได้ชี้แจงว่านายระพีพัฒน์ฯ  จำเลย  เป็นเจ้าของไม้ทั้งหมด  เป็นไม้ที่ได้มาจากที่ดินกรรมสิทธิ์  สิทธิครอบครองจากที่ต่างๆ กัน  พร้อมทั้งมอบเอกสารการได้มาของไม้ให้พยานกับพวก  เพื่อตรวจความถูกต้องการได้มาของไม้ต่อไป  ซึ่งเอกสารที่มอบให้มีทั้งหมด  14  ชุด... 

                ต่อมาหลังจากได้รับเอกสารของไม้แล้ว  พยานกับพวกพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง  ได้ร่วมกันตรวจสอบเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับไม้ที่รวมกองอยู่  ณ สถานที่รวมหมอนไม้ที่เกิดเหตุดังกล่าว  และได้ทำการตรวจตอไม้ในที่ดินตามเอกสารที่ทาง น.ส.ฐิติมาภรณ์ฯ  มอบให้  โดยได้มีการวางแนวทางหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบคือ  ตรวจสอบเอกสารที่นำมาอ้างอิงว่าถูกต้องเพียงใด  ใช้การวัดปริมาตรไม้ในบัญชีที่ผู้ครอบครองยื่น  ว่าตรงกับไม้หมอนหรือไม่  พิสูจน์ต่อโดยใช้แผ่นพลาสติกใสทาบ  วาดภาพรูป  ขนาดตอ  ตำแหน่งรูปพรรณ  เช่น เป็นโพรง  มีแผล รอยมอดเจาะ วงปีและพิจารณาว่ามีส่วนใดที่พอจะนำไปใช้เป็นสินค้าได้  แล้วนำมาตรวจกับไม้ในหมอนที่ตรวจกักไว้ที่เกิดเหตุ  อาศัยพยานแวดล้อมของทางเจ้าของที่ดินว่าไม้โตสูงเท่าใด  เมื่อคำนวณปริมาตรแล้ว  เปรียบเทียบไม้ในหมอนว่า  ตัดทอนได้กี่ท่อน  ตรวจว่าตอไม้เก่าหรือใหม่สดเทียบกับไม้ในหมอนว่าเป็นอย่างไร  หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าไม้สูงเท่าใด  ใช้หลักการทางวิชาการว่าไม้ชนิดนี้สูงสุดเท่าใดและสูงปานกลางเท่าใดเป็นตัวช่วย  ผลการตรวจสอบปรากฏว่า…

                1.ไม้ที่กองรวมอยู่สถานที่รวมหมอนไม้ที่เกิดเหตุ  มีชนิดไม้ตรงกับบัญชีไม้ตามเอกสารของ           น.ส.ฐิติมาภรณ์ฯ  มอบให้ส่วนขนาดไม้ใกล้เคียงกันเป็นบางส่วน  ส่วนมากจะไม่ตรงตามบัญชีไม้  (มีข้อที่น่าสังเกตคือไม้ของกลางที่แปรรูปแล้ว  จะมีการทาสีที่หัวไม้เป็นสีฟ้าหรือน้ำเงิน)

                2. ตรวจสอบตอไม้ถึงการได้มาของไม้ในที่ดินกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครอง   ปรากฏว่าขนาดของตอไม้ และขนาดของไม้ท่อนโคนที่รวมหมอนไม้  มีขนาดต่างกัน  รูปวงปี  รอยตำหนิ  รูปลักษณ์พูพอน ไม่เหมือนกัน  ไม่สามารถเข้ากันได้

                3. ได้สอบถามเจ้าของที่ดินที่ไม้ขึ้นอยู่เกี่ยวกับจำนวนท่อนของไม้แล้ว  ปรากฏว่า  ไม้ที่ตัดมีจำนวนน้อยท่อน  แต่บัญชีเอกสารมีจำนวนมากท่อนกว่า  เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วมีความแตกต่างกันมาก

                จากการตรวจสอบของคณะเจ้าหน้าที่แล้วมีความเห็นว่า  ไม้แปรรูปและไม้ท่อนของนายระพีพัฒน์ฯ  จำเลยที่รวมกองอยู่    สถานที่รวมหมอนไม้  ที่เกิดเหตุดังกล่าว  เป็นไม้ที่มิชอบด้วยกฎหมาย  อีกทั้งยังมีการตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงดำเนินคดีกับจำเลย  โดยกล่าวหาว่า  ตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต และมีไว้ครอบครองซึ่งไม้หวงห้าม (แปรรูป) จำนวนเกิน  0.20  ลูกบาศก์เมตร ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต  และมีไว้ครอบครองซึ่งไม้หวงห้าม (ไม้ท่อน) อันยังมิได้แปรรูปโดยมิได้รับอนุญาต  รวมไม้ทั้งหมดที่ตรวจยึด  จำนวน  220  เหลี่ยม/ท่อน  ปริมาตรรวม  27.190 ลูกบาศก์เมตร  สถานที่เกิดเหตุ   มีการล้อมรั้วด้วยไม้ไผ่ขัดเตะ สูงประมาณ  2  เมตร  ปกปิดมิดชิด  มีประตูเปิด – ปิด จำนวน  2  ด้าน  (ด้านหน้าและด้านหลัง)  มีหมอนไม้แปรรูปและไม้ท่อนวางกองรวมกันอยู่  และมีกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณที่เกิดเหตุ  ที่เกิดเหตุทำเพิงขึ้นมีหลังคาทำด้วยตาข่ายพลาสติกสีดำมุงไว้  มีร่องรอยการแปรรูปไม้ด้วยขวานถาก และเลื่อยโซ่ยนต์  พบเศษไม้และขี้เลื่อยตกอยู่จำนวนมากทั้งเก่าและใหม่ไม่มีเครื่องจักรแปรรูปไม้ในที่เกิดเหตุ  ขณะเกิดเหตุไม่พบคนงานทำการแปรรูปไม้แต่อย่างใด  ในการออกตรวจสอบไม้ในที่ดินกรรมสิทธิ์  ได้มีหนังสือแจ้งให้จำเลยทราบเพื่อร่วมตรวจสอบด้วยกัน  แต่จำเลยไม่ยอมเดินทางไปร่วมตรวจสอบ หรือมอบหมายให้ผู้อื่นร่วมเดินทางไปกับพยานแต่อย่างใด  จากการตรวจสอบโดยเอาแผ่นพลาสติกใสทาบตอไม้  และภาพถ่ายเพื่อเปรียบเทียบไม้ของกลางที่ทำการตรวจยึด  จำนวน  220  เหลี่ยม/ท่อน  เพื่อเปรียบเทียบตำหนิ  รูปพรรณ  รอยแตก  โพรง  ใจกลางไม้  วงปี  ขนาดของแก่นไม้เป็นเกณฑ์  และถ่ายภาพหน้าตัดไม้ทุกท่อน  เหลี่ยม  ปรากฏไม้ที่ตรวจยึด  ไม่ใช่ไม้ที่ตัดมาจากที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์  ตามที่จำเลยกล่าวอ้างแต่อย่างใด..     คุณประเวศ ได้ให้การตั้งแต่เช้าจนถึงภาคบ่าย  รู้สึกไอและคอแห้ง  ท่านอัยการท่านเมตตาส่งยาอมให้หนึ่งเม็ด  จนสืบพยานเสร็จ  แล้วเดินออกมาชะโงกหน้าบอกว่า  คนต่อไปเป็นผู้เขียน  ดีว่าผู้เขียนเคยขึ้นศาลมาพอสมควรและคดีนี้ได้ไปปรึกษาท่านอัยการแล้วว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร  ท่านบอกว่าไม่ต้องทำอะไร  “ทำเท่าที่อยากทำ พูดเท่าที่อยากพูดแต่ต้องเป็นความจริง”  เรื่องอื่นท่านบอกว่า  ขนาด ผอ.ขึ้นเองแล้วไม่กล้าแนะนำ  ผู้เขียนจึงบอกคุณประเวศฯว่า  อุปกรณ์ที่ให้เตรียมมาพร้อมแล้วหรือยัง  ได้รับคำตอบว่าพร้อมแล้ว  จึงเปิดประตูห้องพิจารณาจำได้ว่าเป็นชั้น  2  ห้องพิจารณาที่  5  พอเขาไปยืนต่อหน้าท่านผู้พิพากษาเป็นสตรีคงจะเลยเบญจเพศไปไม่มาก  แต่มีท่านผู้พิพากษาพี่เลี้ยงมีอาวุโสมากหน่อยอบู่ด้วย  เมื่อยืนตรงหน้าแล้วโค้งทำความเคารพ  ท่านอัยการเดินมาแจ้งให้เข้าไปที่คอกพยาน  แล้วมีจ่าศาลมานำสาบานตน  ตามศาสนาพุทธ  เพราะคำสาบานที่คอกพยานมีทุกศาสนาไม่เหมือนกัน  เมื่อยืนสาบานตนจบ  ท่านผู้พิพากษาท่านอนุญาตให้นั่งลง  แล้วให้ทนายฝ่ายโจทก์เริ่มซักผู้เขียน  ท่านอัยการในฐานะทนายฝ่ายโจทก์  เดินออกมาจากที่นั่งแล้วให้ผู้เขียนในฐานะพยานโจทก์  แจ้งให้ศาลท่านทราบว่าเป็นใครมีหน้าที่อะไร  แล้วท่านก็หยุด  ผู้เขียนได้เบิกความว่าขณะนี้ได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ  รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่  9  เป็นหัวหน้าชุดตรวจสอบไม้...

                พอจะเล่าต่อทนายจำเลยขออนุญาตซักต่อ  โดยได้ให้ผู้เขียนเล่าเรื่องราวตั้งแต่ต้นว่า  ทราบได้อย่างไรว่ามีไม้ในโกดังและเข้าตรวจสอบวันที่เท่าใด  ออกไปตรวจตอไม้ที่ไหนบ้าง  ได้ผลอย่างไร  ผู้เขียนฟังแล้วเห็นว่าทนายคงมีเจตนาที่คิดว่าผู้เขียนไม่ได้ร่วมจับกุมและไม่ได้ไปร่วมตรวจสอบไม้เพียงแต่ลงนามในบันทึกทุกฉบับเพื่อเอาผลงาน  พอเดาใจถูก  จึงขออนุญาตศาลว่า  ข้อเท็จจริงกรณีจับกุมไม้พฤติการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ  คุณไมตรี  และคุณประเวศฯ  ได้ให้การหมดแล้ว  ซึ่งเป็นพยานคู่  คงจะพอสำหรับผู้เขียนขอสาบานต่อหน้าศาลว่าได้ออกไปร่วมตรวจทุกขั้นตอน  ขอไม่ให้การในเรื่องนั้นอีก  จะทำให้เสียเวลา  ที่มาเบิกความในครั้งนี้ขอมาในฐานะผู้ชำนาญการพิสูจน์ไม้ของ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่  9  เพื่อเผชิญสืบให้ศาลเห็นขบวนการตรวจสอบไม้ในทางกายภาพที่มีความถูกต้องและคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด  เท่าที่เราทำได้ขณะนี้  ศาลท่านอนุญาตให้    คุณประเวศฯ  ซึ่งรออยู่แล้วรีบเอาไม้พะยูง  2 แว่น  ที่มีลักษณะเหมือนเขียงสับหมู่  เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ  8 นิ้ว หนา 2 นิ้ว  หยิบมาหนึ่งอัน  ยกขึ้นอธิบายให้ศาลฟังว่า  ลักษณะทางกายภาพของไม้พะยูงเปลือกนอกจะมีสีน้ำตาลอ่อนจนถึงเข้ม  ถัดเข้าไปที่เป็นเนื้อไม้สีขาวงาช้างเป็นกระพี้  ถัดเข้าไปจะมีสีแดงอมม่วงเราเรียกว่าแก่น  จุดนี้จะมีความสำคัญเพราะภายในแก่นจะมีวงปีและ “ใจไม้”อยู่ สำหรับใจไม้ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ตรงกลางเสมอไป แล้วแต่รูปร่างของต้น  บางต้นก็กลม บางต้นก็มีพูพอน ส่วนใหญ่ต้นที่สมบูรณ์และเติบโตในป่าลึกจะสมบูรณ์มีลักษณะเปลาตรง  พวกที่เติบโตในที่ดินกรรมสิทธิ์หรือที่นา ที่ไร่ จะมีพูพอนและเป็นโพรงข้างใน  เนื่องจากโคนของต้นถูกมีดคันไถเซาะโคนอยู่ตลอดเวลา  ทำให้มีเชื้อโรค  เชื้อราเข้าไปทำลายใจไม้   จึงเป็นโพรง ไม้ที่นำมาเป็นไม้ในป่าจึงสมบูรณ์  แม้แต่ใจไม้ยังไม่มีรอยปริแยกแตกร้าวแต่อย่างใด  ผู้เขียนนำมันวางตรงหน้าที่วางเอกสาร  ใช้แผ่นพลาสติกใสที่ตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยม กว้างยาว  10  นิ้ว  มาวางทาบแล้วใช้ปากกาเคมีสีน้ำเงินลากไปตามขอบนอกของแก่นไม้  คือขอบสุดของสีแดงอมม่วง  เป็นขอบสุดของวงปี และ ทำตำหนิที่ใจไม้  หากมีร่องรอยใดพอจะทำตำหนิได้ก็จดแจ้งลงในแผ่นพลาสติก  แล้วนำไม้อีกแว่นมา  จัดทำในทำนองเดียวกัน  แล้วเอาแผ่นพลาสติกใส  2  แผ่นมาทำการทาบกัน  หมุนหาตำแหน่งจนรอยขีดที่วาดไว้ทั้งสองวางทาบกันสนิท  ผู้พิพากษาท่านให้ความสนใจ  ผู้เขียนได้เบิกความต่อว่า  ไม้ที่พบมักถูกแปรรูปโดยการถากกระพี้ออก  แต่สิ่งหนึ่งที่จะไม่ให้กระทบกระเทือนคือแก่น  ผู้ถากไม้จะพยายามคงสภาพแก่นไม้ไว้ให้ได้  เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์  ดังนั้น การใช้วิธีนี้จึงยังคงได้ผลกับไม้พะยูงทั้งแปรรูปและไม่ได้แปรรูป  จบการสาธิต  ศาลท่านไม่ติดใจ  แต่ทนายฝ่ายจำเลยดูท่าทางจะไม่ค่อยจะชอบใจ  ขณะสาธิตเดินทำหน้าขรึมวนรอบตัวผู้เขียน  เหมือนในภาพยนตร์ฮ่องกง  แล้วมากระซิบข้างหูเบาๆ ได้ยินเพียงสองคนว่า... 

                “ผอ.คงขึ้นศาลมากซินะ เขี้ยวน่าดู”

                 ผู้เขียนได้แต่นึก  อย่าให้ได้เจอกันอีกก็แล้วไป... 

                เสร็จการสืบพยานโจทก์แล้ว  ต่อไปท่านมาดูการสืบพยานจำเลยบ้าง...ติดตามตอน (9)

 


Last updated: 2014-04-28 16:06:29


@ พะยูงฤาจะสูญสิ้นแผ่นดินไทย (8)
 


 
     
เชิญท่านเป็นบุคคลแรกที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความ พะยูงฤาจะสูญสิ้นแผ่นดินไทย (8)
 
     
     
   
     
Untitled Document
 



LFG
www.lookforest.com|บทความ|โปรแกรมคาร์บอนต้นไม้|ฐานข้อมูลชีวภาพ|เครือข่ายฟาร์มป่าไม้|ติดต่อบรรณาธิการ
Powered by: LOOK FOREST GROUP
23/1 ซอยรัชดาภิเษก 64 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.
Clicks: 
768

Your IP-Address: 3.235.223.5/ Users: 
766