�
��������������� หลังจากเสร็จศึกสีเดียวกันแต่ผิดกลิ่นโดยต่างฝ่ายต่างไม่เสียศักดิ์ศรี� มันทำให้ผมได้สัจจะธรรมที่ต้องจดจำไปจนวันตายว่า� ตีงูอย่าตีให้หลังหักแล้วมันมักจะทำร้ายเมื่อภายหลัง�� สุภาษิตโบราณชัดเจนจริง ๆ� หลังจากพี่ชัยพร� ศัตรูพ่ายได้กลับไปแล้ว� ทางป่าไม้เขตไม่จัดเจ้าหน้าที่จากฝ่ายอื่นมาเป็นหัวหน้าอีกเลยมันจึงเป็นภาวะจำยอมที่ผมต้องรั้งตำแหน่งหัวหน้าสายอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้สุรินทร์ – ศรีสะเกษโดยปริยาย� ป่าไม้เขตคงให้รวมหน่วยเพื่อทำงานประจวบกับหน่วยสังขะ� มนตรี บุญอาจ น้องวนศาสตร์� ได้ย้ายมาจากเขตอุดรพี่เสงี่ยมเลยแต่งตั้งให้มาเป็นหัวหน้าหน่วยสังขะที่ว่างอยู่ทันที� จากการสอบถามได้ความว่าน้องที่มาใหม่มีประสบการณ์พอสมควรเบาใจหน่อย� มนตรีเป็นคนตระการพืชผล� รูปร่างบอบบางผิวขาว� พูดน้อย� แต่เป็นคนพูดตรงถูกสะเปกที่ผมต้องการพอดี� สำคัญที่สุดอีกอย่างเป็นคนซื่อ� ได้คนถูกใจอย่างนี้ถึงไหนถึงกัน..
��������������� “สวัสดีครับพี่ทศ� ผมมนตรี� มารับงานที่หน่วยสังขะแล้วเลยมาหาพี่ที่นี่เพราะเด็กบอกว่าพี่ทศพักอยู่ที่ข้างปั๊มเอสโซ่� ปราสาท”
��������������� มนตรี� บุญอาจ� รุ่นน้องถัดมาจากผมไปหนึ่งปีอุตส่าห์ตามหาผมจนพบ� ในสมัยนั้นเราเช่าบ้านไม้ห้องแถวสองชั้นอยู่ข้างปั๊มเอสโซ่� อำเภอปราสาท� เพราะเป็นปั๊มน้ำมันที่เปิดตลอดทั้งคืน� ห่างจากสี่แยกถนนโชคชัย-เดชอุดม� ตรงแยกที่ออกจากตัวเมืองสุรินทร์ไปทางขวามือประมาณ� 200� เมตร� ข้างปั๊มมีร้านอาหารเปิดตลอดทั้งคืน� เป็น ร้านไม่มีชื่อเราเรียกแต่ชื่อเจ้าของร้านเจ๊จู� แกเป็นคนสุพรรณเวลาพูดเสียงจะเน้อไปทางสุพรรณคนฟังแล้วรู้ทันทีว่าเป็นคนจังหวัดใด� ที่เรามาเช่าอยู่ที่นี้เนื่องมาจากก่อนหน้านี้หน่วยป้องกันยังสร้างไม่เสร็จถึงแม้ว่าในขณะนั้นจะสร้างเสร็จแล้วก็ตามเรายังคงเช่าต่อเพื่องานเฉพาะกิจของเรา� กองกำลังของเราไม่เบาขนเอาเจ้าวิทยุรับ-ส่ง �ส่งคลื่นกำลังสูงไปติดตั้งไว้ที่บ้านเช่าด้วยเพื่อการประสานงานกับเขตและกรมโดยมีพนักงานวิทยุคือคุณเกษม แสงกล้า� รับหน้าที่และยังมีรถขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้� คือ� รถชักลากไม้ที่เราเรียกมันว่ารถจอหนัง� มีตาบุญยังเป็นพนักงานขับรถเพื่อสนับสนุนในการชักลากไม้ของกลาง� สำหรับกำลังพลนั้นเอาจากสองหน่วยและส่งกำลังมาเสริมจากเขตอีกประมาณ 1-2� คนแล้วแต่สถานการณ์ในพื้นที่� ว่ามีการลักลอบตัดไม้มากน้อยเพียงใด� ในตอนนี้เรามียานพาหนะเพิ่มขึ้นอีกคือเราได้รถบรรทุกตันครึ่ง� โตโยต้าไดน่า� สีหมอก� มาเสริมความแข็งแรงอีกคัน� สนุกเราละคราวนี้� พอจะมองเห็นภาพแล้วใช่ไหมว่า� ความพร้อมรบของเรามันถึงขีดสุดแล้ว� มันผู้ใดลักลอบตัดไม้ทำลายป่า� มันผู้นั้นทำลายชาติ......! ?
��������������� รถคันใหม่ได้พนักงานขับรถเป็นเด็กหนุ่มชื่อประสงค์� หมอนี้มีนิสัยใจถึงออกจะเกเรสักหน่อยแต่ถ้าเอาอยู่ถึงไหนถึงกัน� ตัวเล็กแต่ใจใหญ่� สรุปได้ความว่ารายปักษ์นี้อัตรากำลังพลของเรามี� ผมในฐานะ
หัวหน้าหรือบอสสำหรับงวดนี้มีมนตรี ฯ� มาเสริมพร้อมกับเพื่อนเสรีรัฐฯ� หมอนี้รุ่นเดียวกับผมแต่หมอจบป่าไม้แพร่� เขี้ยวน่าดู� ออกจะห่าม ๆ� ไปหน่อย� มีเจ้าสงค์เป็นกำลังเสริมโดยปริยาย� เมื่อมนตรีพร้อมเพื่อนเสรีรัฐฯ� ได้พบกับผมแล้วเราได้พากันไปหาอาหารรองท้องก็ไม่พ้นร้านเจ๊จูเราต่างวางแผนไว้ว่าคืนนี้เราจะออกล่าเหยื่อ� โดยไม่ต้องพักกันละเพราะหนุ่ม ๆทั้งนั้น......
��������������� “เสี่ยว� นายว่าวันนี้เราจะไปที่ไหนก่อน� ชักคันไม้คันมือแล้ว”
��������������� เพื่อนเสรีรัฐฯ� ไม่รอช้าถามก่อนดูหมอจะใจร้อนอยากออกศึกเหลือเกิน
��������������� “เราคิดว่าคืนนี้เราจะไปดักไม้ที่แยกบ้านโคกตาล� เพราะได้ข่าวว่าไม้พะยูงชอบออกทางนี้”� ต้องทำความเข้าใจกันเสียก่อนซอยบ้านโคกตาลเป็นถนนที่ออกมาจากป่าอำเภอกาบเชิงโดยออกที่ถนนโชคชัย-เดชอุดม� ถ้าเดินทางจากอำเภอปราสาทไปนครราชสีมาจะอยู่ห่างจากบ้านเช่าของเราประมาณ� 13� กิโลเมตร� บ้านโคกตาลเป็นบ้านสุดท้ายรอยต่อระหว่างจังหวัดสุรินทร์กับจังหวัดบุรีรัมย์� พอรถออกจากซอยบ้านโคกตาลก็ขึ้นทางหลวงแผ่นดินโชคชัย-เดชอุดมสู่อำเภอโชคชัยทันที� ไม้เถื่อนจากอำเภอกาบเชิงจะมุ่งออกเส้นนี้มากเพราะมันเป็นเส้นทางสิ้นสุดของจังหวัดสุรินทร์� พ้นเขตการจับกุมของเขตอุบลราชธานี� ถ้าออกมาจ่อถนนได้แสดงว่ารอดไปแล้ว� 90� เปอร์เซ็นต์� จึงเป็นซอยที่ฮิตที่สุดสำหรับผู้ค้าไม้เถื่อน� เราได้ข่าวมาหลายวันแล้วว่ามีการส่งคนเข้าป่าไปเพื่อแปรรูปไม้� ทางเราได้พยายามตามไปในป่าแต่หาจุดเลื่อยและกองไม้ไม่เจอจึงตัดสินใจมาดักที่ปากทางออก� สายข่าวบอกมาว่าทางประเทศญี่ปุ่นมีความต้องการไม้พะยูงโดยมีออร์เดอร์มาว่าต้องเป็นไม้เสาเหลี่ยม� หน้า� 8� นิ้ว� ยาว� 3.10� เมตร� ได้ข่าวว่าทางประเทศญี่ปุ่นนิยมใช้เป็นเสาตั้งศาลพระภูมิที่ตนเคารพนับถือ หรือแกะสลักสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเชื่อถือ� เสาที่ว่านี้ถ้านำไปส่งให้เอเย่นต์ในเมืองไทยถึงที่จังหวัดสระบุรีจะมีค่าถึงเหลี่ยมละ� 1,400� บาท� ที่เดียว� เงินพันในสมัยที่ทองคำบาทละ� 400� มันไม่น้อยเลย� มันจึงเป็นแรงจูงใจพ่อค้าไม้เถื่อน� และไม้พะยูงที่มีลวดลายและคุณภาพที่ดีที่สุดในประเทศ� มันปรากฏอยู่ในท้องที่อำเภอกาบเชิงในสมัยนั้นแทบทั้งสิ้น และรถบรรทุกต้องเป็นรถสิบล้อซึ่งกระบะตันสูงจากพื้นรถไม่น้อยกว่า� 1� เมตร� ส่วนบนโปร่งเป็นคอกหมูจะบรรทุกมันสำปะหลังปกปิดไว้� คันหนึ่งจะบรรจุไม้ได้ไม่น้อยกว่า� 100� ท่อน� ลองคิดดูว่ามันเป็นเงินมหาศาลเพียงใดในสมัยนั้น..ตามข่าวยังบอกมาอีกว่าเมื่อรถขนไม้ขึ้นถนนหลวงเมื่อใด� จะมีรถฉลามบกเปิดหวอนำขบวนไปด้วยซึ่งข่าวในส่วนนี้ผมไม่ใคร่จะเชื่อนักว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐจะให้ความร่วมมือถึงขนาดนั้น� เอาล่ะอย่างไรเราคงจะได้เจอกันแน่ถ้าเป็นจริง� ผมจึงวางแผนที่จะดักจับในคืนนี้ดู� อาจฟลุ๊ค� ก็เป็นได้� เพราะไม่ได้ไปดักไม้ในตอนกลางคืนมาหลายอาทิตย์แล้วเพราะกำลังไม่พอ.......
��������������� “พวกเราเตรียมตัวให้พร้อมแล้วกัน� ทุ่มตรงคืนนี้พบกันที่ห้องกลาง”� มันเป็นห้องที่พวกเรารู้จักกันดี� มันเป็นห้องยุทธการของเราจะมีโต๊ะยาวเก้าอี้ข้างละ� 4� ตัว� บนผนังจะมีแผนที่ทหาร� 1� ต่อ� 50,000� ติดไว้โดยลงรายละเอียดของข้อมูลที่เราจะเป็นต้องใช้ไว้อย่างครบถ้วน� มันเป็นห้องนอนชั้นล่างที่เราดัดแปลงเป็นศูนย์ข้อมูล� สำหรับห้องวิทยุนั้นเราไปจัดตั้งไว้ชั้นบนเพื่อจะได้รับส่งไม่มีคลื่นรบกวน� ซึ่งเป็นที่นอนของพนักงานวิทยุด้วยที่พวกเราตั้งชื่อเกษมว่าเสี่ย� เพราะนิยมไว้พุงตั้งแต่หนุ่ม� เกษมกับผมนั้นสนิทสนมกันมาก� เราเมาหัวราน้ำด้วยกันตั้งแต่ผมเป็นหัวหน้าหน่วยปรับปรุงต้นน้ำแล้ว� และมีเกษมคนเดียวที่ใช้สรรพนามเรียกผมว่า� “เจ้านาย”� นอกนั้นจะเรียกว่า� หัวหน้าบ้าง� พี่ทศบ้างตามคุณวุฒิ� วัยวุฒิ� หลังจากที่มนตรีฯ� และเสรีรัฐฯ� เจ้าแขก (ประสงค์)� พนักงานขับรถรายงานตัวกันเรียบร้อยและผมได้นัดหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้วต่างคนต่างแยกย้ายไปหาซื้อเครื่องใช้ไม้สอยตามอัธยาศัยรอที่จะพบกันอีกครั้งตอนห้าโมงเย็นเพื่อทานข้าวด้วยกัน� เสร็จกิจเรื่องท้องแล้ว� ผมเรียกทุกคนประชุมที่ห้องวางแผน� โดยได้ชี้แจงว่าในงานนี้อัตรากำลังเราน้อยไม่สามารถส่งไปปิดจุดที่ไม้ออกได้ทุกจุดและไม่มีหน่วยไล่ราว� คือ� ชุดที่เราไปก่อกวนในป่าให้พวกลักลอบตัดไม้รีบขนไม้ออกมาตามที่เคยทำเป็นผลสำเร็จ มาแล้วหลายครั้ง� จึงเอาเพียงว่าไปดักกันที่ซอยบ้านโคกตาล� โดยนัดเวลาประมาณสองทุ่มเพราะรถขนไม้มักจะออกมาในช่วงเย็นหรือใกล้รุ่งสาง� ประมาณตีสองเพราะเป็นช่วงที่คนเรากำลังหลับสบาย� พอได้เวลาเราเคลื่อนพลไปที่ปากทางออกจากบ้านโคกตาลโดยเรามีรถสองคัน� เจ้าม้าสีหมอกเอาไปแอบไว้ในป่าข้างโรงเรียน� สำหรับเจ้าปีศาจแดงจอดรถซุ่มอยู่บนถนนหลวงห่างจากปากซอยประมาณ� 400� เมตร� เป็นกำลังสนับสนุน.......!
��������������� “แขกโว้ย� ถอยรถไปให้ลึกๆ หน่อยแล้วนายนั่งอยู่ในรถห้ามลงจากรถเด็ดขาดยกเว้นปวดฉี่”� ข้าพเจ้าสั่งเจ้าสงค์พนักงานขับรถให้เตรียมพร้อมไม่รู้ว่าเหตุจะเกิดเมื่อใด....
��������������� “มนตรีฯ� คุณมากับผมเอาเสื่อนี้แหละปูพื้น� คุณเตรียมไม้ขีดมาด้วยหรือเปล่า� ผมเอายากันยุงมากล่องหนึ่งแบ่งไปให้เจ้าแขกมันด้วย� หัวค่ำยุงชุมชะมัด� จุดแล้ววางดูทิศทางลมด้วยนะวันนี้ออกจะหนาว”
��������������� ผมสั่งการเพื่อนร่วมงานแล้ว� ก็นั่งลงเอาหลังพิงต้นมะม่วงของโรงเรียน� เท้าเหยียดตรงเป็นท่าพักเต็มที่� สำหรับชุดบนถนนคงรู้หน้าที่ของตัวดีเพราะนำทีมโดยไอ้หนุ่มมัดเมาเสรีรัฐฯ� ทุกคนชินกับงานนี้และช่วยตัวเองได้ดีในสภาวะเช่นนี้.........
��������������� “� พี่ทศ� ว่าคืนนี้มันจะออกมาแน่ไหม� ผมดูแล้วมันเป็นคืนเดือนหงายเกือบ� 15� ค่ำ� สว่างออก
อย่างนี้เกรงว่าจะฟาวล์เสียมากกว่า”� มนตรีรุ่นน้องหารือกึ่งสอบถามไปในตัว� เพราะยังไม่เคยมาดักไม้ด้วยกัน
��������������� “ผมว่าข่าวคงจะไม่พลาดนะ� เว้นแต่ว่าข่าวจะรั่วเสียก่อน� แต่เราก็ไม่ได้บอกใครนี่ในวันนี้� และไม่ได้คุยกับใครด้วย� พวกนั้นคงเดาเรายากเหมือนกัน� ถือเสียว่าสมมุติเป็นตอนเด็ก ๆ� เราเล่นโปลิศ� จับขโมยก็แล้วกัน� จะเจอหรือไม่แล้วแต่ดวง� แต่ผมสังหรณ์ใจอย่างไรพิกลคืนนี้� มันร้อนๆหนาวผิดกันทุกวัน”
��������������� ผมตอบข้อซักถามของมนตรีฯตามมารยาทเพราะตัวเองก็ไม่รู้อะไรเช่นกัน� แต่สายข่าวเราพลาดน้อยเหลือเกินตามสถิติที่ผ่านมา� เชื่อถือได้...
….คืนนี้เป็นคืนเดือนหงายพระจันทร์เคลื่อนคลอยหมุนตัวมันเองตามโลกในฐานะเป็นดาวบริวาร� มองทะลุเข้าไปในใจกลางของมันเพื่อหากระต่ายน้อยตามที่ผู้ใหญ่เคยว่าไว้เมื่อเด็กๆ� แสงสว่างของมันส่องมายังพื้นโลกคืนนี้สวยเหลือเกิน �นานแล้วที่ไม่เคยมีโอกาสได้มายลโฉมจันทร์เต็มตาเช่นคืนนี้� เพียงแต่ภาระอันหนึกอึ้งของเรามันรบกวนจิตใจจึงทำให้ความดื่มด่ำน้อยลงไปมาก� สูงสุดยอมคืนสู่สามัญ� ฉันใดฉันนั้น� และอุษาสางก็เริ่มจะมาแทนที่มันทันทีเช่นกัน� เป็นเช่นนี้ชั่วกัปชั่วกัลป์� ณ� ที่แห่งนี้และเวลานี้มันเป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว� ผมกับมนตรีนั่งคุยกันเบาๆ� จนจะไม่มีเรื่องจะคุยแล้ว� มนตรีฯ� นั้นเป็นรุ่นน้องจบวนศาสตร์หลังผมหนี่งปีไปบรรจุที่ป่าไม้เขตอุดรธานีทำเรื่องย้ายมาที่อุบลราชธานี� เพราะบ้านอยู่อำเภอตระการพืชผล� ผมมีความผูกพันกับมนตรีตั้งแต่ยังไม่รู้จักกันเพราะผมเคยเป็นสายตรวจอุบลฯ� ในตอนนั้นก็เป็นพี่ชัยพร� ศัตรูพ่ายอีกนั้นแหละที่เป็นหัวหน้าสาย� เรามีวีรกรรมที่อำเภอตระการ� เพราะเราไปตามรถขนไม้ซึ่งไม่มากนัก� เจ้าของต้องการจะเอาไปซ่อมแซมบ้าน� ในตอนจับกุมพี่ชัยพรอีกนั้นแหละที่อดสงสารไม่ได้อยากจะช่วยลูกเดียวแต่งวดนั้นผมเข็ดจริง ๆ� ให้ดิ้นตาย� จำจนตายเอ็นดูเขาเอ็นเราขาด� ทั้ง ๆ� ที่เจ้าของไม้บอกว่ามีลูกเป็นป่าไม้เช่นเดียวกับข้าพเจ้าแต่ตอนที่จับนั้นชาวบ้านออกมาดูเต็มไปหมดจึงจำเป็นต้องดำเนินคดี� โดยเอาพนักงานขับรถเป็นผู้ต้องหาและเห็นว่าไม้ไม่มากโทษคงเบา� โลกมันกลมจริงอย่างที่นักวิทยาศาสาตร์เขาได้พิสูจน์แล้วเพราะลูกชายของบุคคลที่ผมได้ดำเนินการในครั้งนั้น� บัดนี้กำลังนั่งข้าง ๆตัวผมเอง� ผมได้ถามมนตรีรู้จักผมไหมก่อนมามนตรีฯบอกว่ารู้จักชื่อเสียงดี� และโกรธผมหรือเปล่ามนตรีบอกว่าไม่โกรธเพราะพี่ทศทำไปตามหน้าที่� ผมเลยสบายใจเราคงจะร่วมงานกันอย่างไม่มีอคติใด ๆ� กั้นความเป็นมิตร� สบายใจ� ไปแปดอย่าง� ขณะที่ผมกำลังคำนึงถึงอดีตที่ผ่านมา� ความเงียบของบรรยากาศมันบอกว่ามีเสียงหนึ่งมันครางเหมือนเสียงเครื่องยนต์� และมันค่อยๆดังขึ้นมาเรื่อย�� เจ้าแขกซึ่งหลับ ๆตื่น ๆหลังพวงมาลัยยังอดไม่ได้จึงค่อยส่องไฟฉายส่งสัญญาณมาให้ข้าพเจ้าทราบ� คืนนี้เป็นคืนที่ผมไม่ง่วงเลยแปลกกว่าคืนอื่น ๆ� ถ้าอยู่ขนาดนี้คงถูกปลุกแล้วไม่รู้เป็นเพราะอะไรความถี่ของเสียงเครื่องยนต์เริ่มดังขึ้นมากจนจับใจความได้ว่าเป็นรถยนต์แน่นอน� ผมเลยสกิดมนตรีให้ลุกขึ้นยกกระติกน้ำแข็งที่เรามักจะเตรียมน้ำไว้พร้อมเสมอเพราะผมกินน้ำจุ� ลูกน้องรู้ข้อนี้ดี� เมื่อยกกระติกขึ้นรถแล้วผมกับมนตรีฯ� ได้เดินออกมาที่ถนนยืนดู� ยังไม่ปรากฏสิ่งใดถนนยังมืดสนิทอยู่....!!
��������������� “พี่ทศว่าเสียงเป็นเสียงรถยนต์เหมือนผมได้ยินหรือเปล่า?”
มนตรีฯ� เริ่มสงสัยกระทู้ถามเพราะถ้าเป็นรถทำไมถึงแล่นช้าเหลือเกิน� หรือว่าใจเรามันร้อน
��������������� “ชัวร์เลยรถยนต์แน่ไม่พลาดหรอก� สำคัญว่ามันเป็นรถอะไรเท่านั้น”
ในขณะที่ผมกำลังให้คำตอบมนตรีฯไปไม่ถึงอึดใจเราเองเห็นลำแสงของดวงไฟสาดส่องตรงหัวโค้งถนนที่ออกมาจากบ้านโคกตาล� เพราะห่างจากจุกที่เรายืนอยู่ประมาณ� 500� เมตร� ตรงถนนจะเป็นทางโค้ง� ดังนั้นลำแสงที่พุ่งออกมาจึงเป็นลำแสงจากดวงไฟที่สองสว่างไม่น้อยกว่า� 100� วัตต์แน่นอนหนีไม่พ้นไฟหน้ารถบรทุก� จิตใจผมในตอนนั้นระส่ำแล้ว� รีบส่งสัญญาณให้พวกเราทุกคนมายืนรอที่บนถนนเตรียมดักรถที่ออกมา� พอรถใกล้เข้ามาได้ยินเสียงดัง� พั๊บ!พั๊บ!� มันเป็นเสียงที่เราคุ้นกันมากว่ามันต้องเป็นไม้ที่ยาวกว่าตัวรถ� เวลารถวิ่งถนนขรุขระ� มันจึงกระเด้งขึ้นลงทำให้เกิดเสียงดังกล่าว� เอาละวะไม่เจอไม้พะยูง� เป็นไม้อะไรก็ได้ไม่ชอบด้วยกฎหมายเสร็จเราแน่คืนนี้.....!!
��������������� “เสี่ยว?� มันมาแล้ว� สิบล้อแหงๆ� เลย� คืนนี้ไม่เสียเทียว”
เพื่อนเสรีรัฐฯ� ซึ่งกำลังตื่นเต้นกับรถที่เราลงความเห็นว่าเป็นรถบรรทุกไม้แน่นอนกำลังวิ่งตรงมาที่เรายืนดักพอดี� ในสมัยนั้นผมออกตรวจปราบปรามทุกครั้งจะต้องแต่งเครื่องแบบข้าราชการตลอดเวลากันการเข้าใจผิดรถยนต์ดังกล่าวเคลื่อนตัวมาอย่างช้า ๆ� เหมือนไม่ยินดียินร้ายกับอะไรทั้งที่ตรงหน้าเจ้าหน้าที่ป่าไม้ยืนเต็มไปหมด...!!� เพื่อนเสรีรัฐฯ� ไม่รอช้าออกไปยืนโบกมือให้รถหยุด� รถค่อยชะลอความเร็วเนื่องจากเห็นคนยืนขวางอยู่กลางถนน.....
�

Last updated: 2013-12-11 17:19:51