หวังดีต่อตัวเอง หวังดีต่อผู้อื่น หวังดีต่อสังคม (3 ดี)
 
     
 
ผ้าขาวพิสุทธิ์ ตอน 1
ด้วยหัวใจที่ลิงโลด เพราะต่อแต่นี้ไปเราจะได้เป็นข้าราชการแล้ว ถึงแม้ว่าจะต้องทดลองราชการไปก่อนหกเดือนตามระเบียบก็ตาม เมื่อรถไฟค่อยๆ คลานเข้ามาเทียบชานชลา อย่างเชื่องช้า
 

.. 2517………

��������������� สถานีรถไฟยามนี้คราคร่ำไปด้วยผู้คน ถึงแม้ว่าเพิ่งจะผ่านพ้นฤดูกาลปีใหม่ไปนานพอสมควร แล้วก็ตาม ขนส่งมวลชนของไทยในสมัยไหนก็ไม่พ้นขาดความสะดวกสบาย ขาดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และที่สำคัญคือสกปรกไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อได้รับคำสั่งบรรจุและรับหนังสือส่งตัวแล้วข้าพเจ้า รีบจับรถไฟสายอิสาน กรุงเทพฯ อุบลราชธานีเพื่อไปรายงานตัวต่อป่าไม้เขตอุบลราชธานี ด้วยหัวใจที่ลิงโลด เพราะต่อแต่นี้ไปเราจะได้เป็นข้าราชการแล้ว ถึงแม้ว่าจะต้องทดลองราชการไปก่อนหกเดือนตามระเบียบก็ตามเมื่อรถไฟค่อยๆ คลานเข้ามาเทียบชานชลา อย่างเชื่องช้า ตามแบบถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง มันหาได้ทำให้หัวใจที่กำลังพองโตลดลงไม่ ในห้วงเวลานั้นจิตใจสายตามองอะไรก็สวยไปหมด การเดินทางในครั้งนี้ของข้าพเจ้าไม่ได้นัดแนะใครคงเดินทางเพียงคนเดียว เพราะได้นัดเพื่อนไว้ที่เขตแล้วข้าพเจ้าขึ้นรถไฟที่ดอนเมือง เนื่องจากบ้านพักเดิมอยู่ที่บางกะปิสมบัติพัสถานก็ไม่มีอะไรมาก มีกระเป๋าเพียงใบเดียวเท่านั้นและเป็นกระเป๋าใบเก่งซะด้วย มันเป็นสมบัติคู่กายที่ติดตัวตลอดมาจนแทบจะเป็นเพื่อนตายกันเลยทีเดียว เป็นกระเป๋าหนังสีดำ ขนาดประมาณ 80x1 เมตร เห็นจะได้มันเป็นตัวแรกที่แม่ซื้อให้ข้าพเจ้าเป็นรางวัลในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ และได้เริ่มใช้มันตั้งแต่บรรจุสัมภาระเข้าไปอยู่ในสังคมบางเขนจนจบ แล้วยังหอบหิ้วใส่ของเดินทางตลอดมา สาเหตุที่มันสมบุกสมบันแล้วไม่ยอมสึกหรออย่างรวดเร็วก็เนื่องจากพี่สาวข้าพเจ้าได้เย็บผ้าลูกฟูกห่อหุ้มไว้อีกชั้นหนึ่ง มันเป็นกระเป๋าคู่ชีพจริงๆ….

��������������� พอได้เวลาเจ้าม้าเหล็กพาหนะที่จะนำข้าพเจ้าไปสู่จุดหมายปลายทาง ณ เมืองดอกบัวอุบลราชธานี พระพรหมท่านลิขิตชีวิตหรือตัวข้าพเจ้าเองเป็นผู้กำหนด จะได้รู้ไม่นานเกินรอเจ้าม้าเหล็กมันหาได้ส่งข้าพเจ้าลงที่ตัวจังหวัดอุบลก็หาไม่ มันพามาส่งแค่อำเภอวารินชำราบ เท่านั้น ต่อจากนั้นข้าพเจ้าก็ต่อรถโดยสารเท็กซี่ไปยังสำนักงานป่าไม้เขตอุบลราชธานี ซึ่งตั้งอยู่บนถนนชยางกูรใกล้สนามกีฬาดอนมดแดง ในปัจจุบัน ลักษณะเป็นบ้านไม้สองชั้นใหญ่โตพอสมควรแต่เก่าแก่มาก รู้ภายหลังว่าเป็นบ้านของป่าไม้เขตคนเดิมทางราชการได้เช่าทำสำนักงาน ขณะที่ข้าพเจ้ามาถึงเป็นเวลาใกล้ค่ำแล้ว ไม่พบใคร พบแต่ยามได้สอบถามบางสิ่งบางอย่างที่ตัวเองต้องการทราบ แล้วก็นั่งรถสามล้อหาโรงแรมพักเสียก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยว่ากันต่อไป

��������������� วันนี้ตื่นแต่เช้าเป็นพิเศษ รีบเช็คเอาท์โรงแรมแล้วหาอะไรรองท้องจนอิ่มแล้ว รีบจับรถสามล้อเดินทางไปยังสำนักงานป่าไม้เขตทันที เป็นวันแรกในรอบปีที่มีความสุขสดชื่น ท้องฟ้ายามนี้มันสว่างเหลือเกิน พอไปถึงเขตก็พบเพื่อนๆ หลายคนไปรออยู่ก่อนแล้วเพื่อนเขียง เพื่อนสาคร เพื่อนโล้น เพื่อนเสือ เพื่อนยิ่ง เพื่อนขวาน และพี่ๆ ที่บรรจุพร้อมกันอีกสองคน คือ พี่ชัยวุฒิ พี่นพพรเมื่อต่างคนต่างทักทายกันจนเป็นที่สมควรแก่เวลาแล้ว หัวหน้างานธุรการจึงพาพวกเราทั้งหมดไปรายงานตัวต่อป่าไม้เขต ท่านป่าไม้เขตเป็นคนสุขุม พูดน้อยแต่แฝงด้วยความเฉียบขาด หลังจากที่ท่านเซ็นหนังสือแฟ้มสุดท้ายหมดแล้ว ท่านจึงได้เอ่ยทักทายพวกเราที่ยืนตรงอยู่ต่อหน้าท่าน

��������������� “ มากันพร้อมหน้าและหลายคนดี กำลังมีงานที่สำคัญและต้องการกำลังสนับสนุนอยู่

ท่านเขต เมื่อเจอหน้าพวกเราเข้าไปรายงานตัว ได้เอยทักทายด้วยสีหน้าและน้ำเสียงราบเรียบ จนพวกเราเดาไม่ออกว่าท่านรู้สึกอย่างไร หัวหน้างานธุรการได้รายงานชื่อเสียงเรียงนามของพวกเราให้ท่านป่าไม้เขตฟังจนครบทุกคน ท่านก็ไม่ได้สนทนาวิสาสะนานนัก ก็อนุญาตให้พวกเราไปรายงานตัวต่อหัวหน้างานของแต่ละคน ในตอนนั้นพวกเราทุกคนถูกบรรจุในตำแหน่งพนักงานป่าไม้ตรี จึงถูกบรรจุลงในงานป้องกันรักษาป่า ซึ่งในขณะนั้นมีพี่เสงี่ยม ธานินทร์พงศ์เป็นหัวหน้างาน ในสำนักงานป่าไม้เขตในสมัยนั้นเท่าที่จำได้มีโครงสร้างหรือองคาพยบ พอลำดับได้ มีงานป้องกันรักษาป่า งานจัดการป่าไม้ งานปลูกสร้างบำรุงป่าเป็นงานหลักใหญ่ๆ นอกนั้นเป็นงานเล็ก เช่น งานใช้ประโยชน์ที่ดินป่าไม้ งานสถานีวนกรรม พวกเราส่วนใหญ่เนื่องจากบรรจุในตำแหน่งพนักงานป่าไม้ตรี จึงลงงานป้องกันรักษาป่า ในชุดนั้นมีข้าพเจ้าพี่นพพร เพื่อนเขียง (ชวลิต โฆษนิธิกุล)ทุกชีวิตเมื่อรายงานตัวเสร็จแล้วก็เริ่มมองหาปัจจัยสี่ อันดับแรกคือ ที่อยู่อาศัย พอดีในสมัยนั้นรุ่นพี่ที่เป็นโสดมีอยู่หลายคน พอที่จะช่วยเหลือพวกเราได้บ้างแต่ที่พวกเราทุกคนจะไม่ลืมไปชั่วชีวิตนี้ก็คงจะไม่ใช่ใคร พี่มนัส ดอนสกุลพี่มนัสเป็นคนพิบูลมังสาหาร จบวนศาสตร์รุ่นรองอธิบดีสนั่น แสงศิริวัฒนกาญจน์พี่มนัส ปลูกบ้านชั้นเดียวใต้ถุนสูงอยู่ห่างจากสำนักงานป่าไม้เขตของเราประมาณกิโลเศษ พอที่จะเดินไปกลับที่ทำงานได้ แต่ในช่วงนั้นถนนชยางกูร ยังไม่เจริญเหมือนปัจจุบันบ้านจึงปลูกห่างๆ กันและยังมีร่องรอยคันนาให้ปรากฏอยู่ ความเจริญยังคืบคลานมาถึงอย่างช้าๆ แต่ที่นี้ก็เป็นที่พำนักอย่างดีของเราในขณะนั้น คฤหาสน์ของเรามีสองห้องมีห้องโถงหนึ่งห้อง ข้างล่างเป็นใต้ถุนสูงพอที่จะตั้งโต๊ะนั่งคุยกันหรือจะร่ำสุราเมรัยพอครึกครื้นก็พอได้ เราอยู่กันประมาณ6 คน เท่าที่พอจะจำได้เพราะมันนานเหลือเกิน นานจนข้าพเจ้าคิดว่าตนไม่น่าจะจำมันได้ แต่ที่ต้องจดจำได้เพราะที่นี้เป็นทั้งที่ให้และเป็นที่สูญเสีย ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตที่จะลืมไม่ได้เป็นเด็ดขาดไม่ว่าใครที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น

โปรดติดตาม..ตอนที่ 2

ทศสถาปัตย์


Last updated: 2013-08-05 21:37:47


@ ผ้าขาวพิสุทธิ์ ตอน 1
 


 
     
เชิญท่านเป็นบุคคลแรกที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความ ผ้าขาวพิสุทธิ์ ตอน 1
 
     
     
   
     
Untitled Document
 



LFG
www.lookforest.com|บทความ|โปรแกรมคาร์บอนต้นไม้|ฐานข้อมูลชีวภาพ|เครือข่ายฟาร์มป่าไม้|ติดต่อบรรณาธิการ
Powered by: LOOK FOREST GROUP
23/1 ซอยรัชดาภิเษก 64 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.
Clicks: 
1,535

Your IP-Address: 3.16.78.226/ Users: 
1,534