ดุสิตา:จากป่าสู่เมือง
.เกิดกลางถิ่น ดินดาน พลาญหิน
เคยได้ยิน ข้าวกล่ำน้อย ร้อยเรียกขาน
ต้นเล็กเล็ก ท่ามกลาง กระแสธาร
ที่ไหลผ่าน เมื่อวสันต์ ผันผ่านดล
.ยามเหมันต์ ดอกสีม่วง ช่วงชูช่อ
กลิ่นละออ ทอกระจาย เมื่อปลายฝน
ช่างงดงาม ยิ่งนัก อยากได้ยล
เลื่องลือล้น คนใกล้ไกล ในแดนดิน
.ใครคิดบ้าง จากดอกไม้ ที่ไร้ค่า
กาลเวลา ช่วยส่งเสริม เดิมจากหิน
สู่เวียงวัง ประดับลง องค์ภูมินทร์
นามจากถิ่น ข้าวกล่ำน้อย ค่อยเปลี่ยนพา
.ดุสิตา พระราชทาน จากองค์ท่าน
เหมือนสวรรค์ ปานเห็น เด่นคุณค่า
พ้องกับเพื่อน ของเรา แต่เก่ามา
ด้อยราคา ชอบเหล้า เมาลูกเดียว
.แต่รู้ไหม เบื้องหลัง รับผิดชอบ
ยามเข้าสอบ อบายมุข ไม่แลเหลียว
ตั้งใจอ่าน หนังสือ ลุยนักเชียว
แอบไปเกี้ยว สาวนิดหน่อย คอยดูใจ
.จากป่าไม้ ย้ายถิ่น สู่เขียวทอง
ไม่บกพร่อง หน้าที่ อาจารย์ใหญ่
สร้างลูกศิษย์ ลูกหา ทั่วเมืองไทย
ชื่อเสียงไซ้ กระจายเฟื่อง เลื่องลือตาม
.หลีกจากรั้ว หอคอยสูง ลงสู่ดิน
ส่งเสริมถิ่น วนเกษตร ทั่วสยาม
วิจัยร่วม รวมผู้คน จนลือนาม
ใครกล้าหยาม ดุสิตา มานานเนา
.ฝีปากกล้า ท้าชน จนลือเลื่อง
นามกระเดื่อง ครูนิด จิตไม่เขลา
สร้างภาพลักษณ์ ดีแท้ แก่พวกเรา
ไม่มัวเมา มุ่งป่าไม้ ในหลายสิ่ง
.สิ่งดีดี ที่กล่าว เล่าข้างต้น
ครูนิดด้น สร้างสรรค์ มานานยิ่ง
จนประจักษ์ โลกรู้ สู่ความจริง
งามเพริดพริ้ง วนศาสตร์ สี่สิบสาม
.นายมักเลาะ
สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9(อุบลราชธานี)
ขอบคุณเพื่อน วน.43(KU.37) ทั้งคนเรียนไพร:รศ.ดร.วศิน อิงคพัฒนากุล และนายมักเลาะ:คุณวิสูตร อยู่คง ที่เขียนกลอนให้กับความภูมิใจในรางวัลที่ได้รับในปีนี้ที่เกษียณอายุพอดี จากสมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์ หลังจากเมื่อ 38 ปีที่แล้ว ก็ได้รับรางวัลในคราวสำเร็จการศึกษาจากคณะวนศาสตร์ ทั้งขอตั้งปณิธานว่าจะทำเพื่อป่าไม้ต่อไป..

Last updated: 2026-03-07 23:04:25