.กลัวเหลือเกินความวุ่นวายในชีวิต
เพียงแต่จิตเผลอไผลมีหลายรัก
คอยสับรางทุกวันไปให้ห่วงนัก
ด้วยตระหนักสาวชาวไพรสิ้นไมตรี
.น้อง"ประสัก"คบหาอยู่ป่าเลน
สร้างงานเด่นเหลือหลายในพื้นที่
รัก"สีแดง"แต่งกายาเข้าท่าดี
พบทุกทีมีของฝากจากดงไกล
.เจ้า"จำปา"หน้าตาพายิ้มแย้ม
งามแฉล้มลุยนักหนางานป่าไม้
หลงเหลือดี"สีเหลือง"เมลืองไป
เข้าวัดวาพากราบไหว้ใฝ่รสธรรม
.สาว"ก้ามปู"ขาวจังทั้งอวบเนื้อ
ออเซาะเหลือกลางไพรได้หวานฉ่ำ
ชุดงามสม"สีชมพู"อยู่ประจำ
ขยันทำกับแกล้มให้ชอบใจจัง
."กระดังงา"น่าดมดอมกายหอมกรุ่น
กลิ่นละมุนกำซาบสุขไปทุกครั้ง
โปรด"สีเขียว"เที่ยวพนาเสริมพลัง
ขับให้ฟังกลอนแต่งได้กินใจดี
.เธอ"ทองกวาว"เจ้าระเบียบแสนเรียบร้อย
ประดิดประดอยแต่งกายาเพิ่มราศี
เฉด"สีส้ม"เหมาะนักหนาท่วงท่าที
ลูกเศรษฐีมีทรัพย์สินเคียงถิ่นไพร
."แก้วเจ้าจอม"พูดไพเราะเสนาะโสต
เธอนั้นโปรดนักเทียวเที่ยวป่าไม้
งามมากมีแต่ง"สีฟ้า"ทุกคราไป
ชอบฝากให้เหล้า-ไวน์ดีที่แสนแพง
.นวลฉวีนาม"ศรีตรัง"ช่างฉอเลาะ
สูงเพรียวเหมาะลุยงานป่ามาหลายแห่ง
ชุด"สีม่วง"แต่งโก้เก๋เสน่ห์แรง
มักจัดแจงเอาใจในหลายอย่าง
.เหนื่อยสับรางหลบทุกวันผันเปลี่ยนไป
พาตกใจตื่นขึ้นมาจึงกระจ่าง
จิตประหวั่นฝันทิพย์ไปไร้นวลนาง
หนาวอุราพาอ้างว้างกลางไพรวัน
.ครูนิด วนศาสตร์(ชมรมสีเสียดแก่น)
www.lookforest.com 28 ก.พ. 69
หมายเหตุ: ขอบพระคุณเจ้าของภาพประกอบ
แรงดลใจ: ช่วงนี้รู้สึก เอียนกับข่าวทางด้านการเมือง เพราะมีการใช้เล่ห์เหลี่ยมกันสารพัน เพื่อให้ได้เปรียบคู่แข่งขัน จนชาวบ้าน(แก่)อย่างเราตามเขาไม่ทัน โดยสรุปก็คืออยากเป็นฝ่ายตั้งรัฐบาล แล้วก็ผลักดันให้พรรคพวกหรือผู้มีอิทธิพลขึ้นมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงต่างๆ โดยบางคนไม่สนใจว่ากระทรวงใด ขอให้ได้มีอำนาจก็พอใจแล้ว ส่วนการทำงานค่อยไปว่ากัน ที่ผ่านมายังสงสัยคาใจในหลายท่านว่าเขากล้ามาบริหารงานในกระทรวงนั้นได้อย่างไร ทั้งที่ไม่มีพื้นฐานความรู้และประสบการณ์มาก่อนเลย ผลงานที่ออกมาหลายด้าน มีเพื่อนบ่นให้ฟังแบบสุภาพว่า สุนัขไม่รับประทาน
อยากเขียนกลอนทางด้านป่าไม้ที่สะท้อนข้อเท็จจริงในหลายประเด็นที่กำลังเร่าร้อน แต่ติดขัดตรงที่ข้อมูลที่ได้รับมายังไม่ค่อยนิ่ง หากเขียนไปที่คลาดเคลื่อนกับเหตุการณ์จริง อาจถูกพรรคพวกชาวป่าไม้บางคนถลกหนังหัว(ล้าน)เอา กับทั้งอาจถูกแบ่งแยกให้ไปอยู่บางกลุ่มโดยไม่ตั้งใจและไม่ปรารถนาได้ ครั้นจะหาข้อมูลเพิ่มเติมก็ชักเหนื่อยล้ากับการดิ้นรนไป โดยผลที่เกิดขึ้นคงไม่คุ้มค่ากับเวลาและสมอง ทั้งนี้เป็นข้อสรุปที่ได้จากการเข้า แส่ในวงการป่าไม้ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่ได้รับก้อนหินสะท้อนกลับมามากกว่าดอกไม้ แม้จากพี่-เพื่อน-น้อง รวมทั้งลูกศิษย์ที่ว่าสนิทกันมากก็ตาม
ตัดสินใจเขียนกลอนแบบหวานๆ(หรือเปล่าก็ไม่รู้) ทางด้านหนุ่มป่าไม้(ในยุคก่อน)ที่ถวิลหาความรักจากสาวๆกัน โดยเฉพาะคราวทำงานกลางป่าที่ค่อนข้างอ้างว้างและโดดเดี่ยวเปลี่ยวใจอย่างบอกไม่ถูก เคยไปแวะเยี่ยมเยียนพรรคพวกบางคนโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ได้พบความจริงว่าพวกเราดีใจกันอย่างเหลือเกิน ทั้งอาหารการกิน(ตามประสาป่าไม้)ถูกลำเลียงมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำเปลี่ยนนิสัยที่พวกเรา(ส่วนใหญ่)ชื่นชอบกัน บางครั้งได้ล้อมวงสนทนากันข้ามวันข้ามคืน ข้อมูลบางด้านจึงพรั่งพรูออกมา รวมทั้งความต้องการของหัวใจ(หนุ่ม)ที่เหี่ยวเฉาอยู่กลางป่า ซึ่งคอยวันระเบิดออกมาตอนเข้าเมือง

Last updated: 2026-02-28 22:13:02